กต.สั่งด่วน! ขอคนไทยออกจากตะวันออกกลางทันที หลัง “แรงงานไทย” เสียชีวิตในอิสราเอล 1 ราย
เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศแถลงว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ยังคงมีความรุนแรงและขยายวงจากเป้าหมายทางทหารไปสู่โครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ทั้งอิหร่าน กาต้าร์ ยูเออี และซาอุดิอาระเบีย ซึ่งอาจยกระดับความรุนแรงของสถานการณ์
ขณะที่เลบานอน ยังคงถูกโจมตีอย่างหนักจากอิสราเอล ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเพิ่มขึ้นจำนวนมาก และกลุ่มประเทศอาหรับยังคงถูกโจมตีจากอิหร่านอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังคงมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของอิหร่าน โดยสหรัฐฯและอิสราเอล
ซึ่งอิหร่านก็ได้ประกาศตอบโต้ขยายไปยังโครงสร้างพลังงานในอ่าวอาหรับ ได้แก่ซาอุดิอาระเบีย ยูเออี และกาต้าร์ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมันในตลาดโลก และล่าสุดทางการอิหร่านได้ยืนยันการเสียชีวิตของรัฐมนตรีกิจการข่าวกรองของอิหร่าน จากการโจมตีของอิสราเอล เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่แน่นอนสูง กระทรวงการต่างประเทศจึงย้ำให้คนไทยออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด
นายปาณิดล กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศได้รับการแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ว่าได้รับการแจ้งจากทางการอิสราเอล ยืนยันการเสียชีวิตของบุคคลสัญชาติไทย ซึ่งเป็นแรงงานภาคการเกษตร 1 ราย เมื่อช่วงดึกวันที่ 18 มี.ค. ทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้ติดต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้ว กระทรวงการต่างประเทศได้ประสานงานกับกระทรวงแรงงาน และประเทศอิสราเอล เพื่อติดตามสิทธิประโยชน์ของผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่
รัฐบาลไทยและกระทรวงการต่างประเทศ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต สำหรับความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ สำหรับอิหร่าน คนไทย 2 คนล่าสุดที่เดินทางออกมาได้ถึงประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และ กรุงอังการา กำลังประสานการอพยพแรงงานไทยอีก 4 คน ออกจากเมือง บันดาร์ อับบาส ประเทศอิหร่าน ที่เป็นพื้นที่เสี่ยงสูง โดยมีกำหนดเดินทางออกจากอีหร่านในวันที่ 23 มี.ค. เพื่อกลับประเทศไทยต่อไป สำหรับคนที่อยู่ในตะวันออกกลางขอย้ำให้ติดตามสถานการณ์จากช่องทางทางการเพื่อประเมินความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ
สถานเอกอัครราชทูต และสถานกุงศลใหญ่ในตะวันออกกลางทุกแห่งพร้อมให้ความช่วยเหลือคนไทยออกจากพท้นที่อย่างต่อเนื่อง และตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มีคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือให้เดินทางออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง มาประเทศไทยหรือไปประเทศที่สามแล้วรวมทั้งทั้งสิ้น 1,173 คน รัฐบาลไทยยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในพื้นที่ให้เดินทางออกจากพื้นที่อันตรายในโอกาสแรกเพื่อความปลอดภัย
ด้านนายวุฒิทัต ตันติเวสส รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า ขออัพเดตสถานการณ์น้ำมันสำรองในประเทศ กรมธุรกิจพลังงานได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด น้ำมันสำรองในประเทศ วันที่ 19 มีนาคม ปัจจุบันอยู่ที่ 5,060 ล้านลิตรหรือประมาณ 41 วัน และมีน้ำมันที่อยู่ระหว่างทางรวมกับน้ำมันที่จะนำเข้า ซึ่งได้รับการยืนยันแล้ว 7,396 ล้านลิตร หรือประมาณ 59 วัน ทำให้ประเทศไทยจะมีน้ำมันสำรองใช้ประมาณ 100 วัน สำหรับผลการดำเนินงานแก้ไขสถานการณ์ขาดแคลนน้ำมัน
กรมธุรกิจพลังงานร่วมกับสำนักงานทางการจังหวัด 76 จังหวัด ลงพื้นที่สำรวจปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน ณ สถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 15 - 17 มีนาคม โดยมีการสำรวจสถานีบริการน้ำมัน 2,649 แห่ง ผลการสำรวจพบว่า สถานีบริการน้ำมันที่ปิดชั่วคราว 241 แห่ง มีการเปิดให้บริการ แต่น้ำมันบางชนิดหมดหรือใกล้หมด 1,912 แห่ง มีสถานีบริการที่เปิดให้บริการปกติ 496 แห่ง ทั้งนี้สาเหตุจากการรอรอบการขนส่งที่ล่าช้า สรุปยอดการจำหน่ายน้ำมันในช่วง 1-2 สัปดาห์อยู่ในระดับที่สูงกว่าปกติมาก
กรมธุรกิจพลังงานขอยืนยันการจัดหาน้ำมันดิบต่างๆยังเป็นไปตามปกติและจะติดตามอย่างใกล้ชิด ส่วนเรื่องกระแสข่าวออกมา กรมธุรกิจพลังงานขอยืนยันว่าไม่มีการส่งออกน้ำมันไปยังประเทศกัมพูชา และไม่ได้รับรายงานว่ามีการลักลอบในการขนส่งน้ำมันไปยังกัมพูชาอย่างแน่นอน
#ตะวันออกกลาง #กต #กระทรวงการต่างประเทศ #แรงงานไทย #คนไทยในต่างแดน #อิสราเอล #อิหร่าน #ข่าวด่วน #ข่าวต่างประเทศ #สถานการณ์โลก #สงคราม #อพยพคนไทย #ความปลอดภัย #น้ำมันสำรอง #กรมธุรกิจพลังงาน #ราคาน้ำมัน #เศรษฐกิจโลก #ข่าววันนี้ #Israel #Iran #MiddleEast #ThaiWorkers








