เมื่อวันที่ 18 มี.ค.69 เจมส์ โคเมอร์ ประธานคณะกรรมาธิการตรวจสอบและปฏิรูปรัฐบาลแห่งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ออกหมายเรียก แพม บอนดี อัยการสูงสุด ให้เข้าให้ปากคำในวันที่ 14 เม.ย. นี้ เพื่อชี้แจงข้อกังขาเกี่ยวกับการทำงานของกระทรวงยุติธรรมในคดีของเจฟฟรีย์ เอปสตีน อาชญากรทางเพศชื่อดังที่ล่วงลับไปแล้ว
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักต่อการทำหน้าที่ของบอนดีและรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในประเด็นความไม่โปร่งใส โดยที่ผ่านมารัฐบาลได้ประวิงเวลาการเปิดเผยเอกสารแฟ้มคดีดังกล่าวมานานหลายเดือน อีกทั้งยังเซนเซอร์เนื้อหาในเอกสารจำนวนมากด้วยการถมดำ และข้อมูลชุดล่าสุดที่เพิ่งเปิดเผยออกมาก็ยังมีรายละเอียดไม่ครบถ้วน จนนำไปสู่ความเคลือบแคลงใจในวงกว้าง
ในหนังสือเรียกตัวที่ส่งถึงอัยการสูงสุด โคเมอร์ระบุว่า คณะกรรมาธิการฯ กำลังตรวจสอบกรณีที่รัฐบาลกลาง "อาจบริหารจัดการผิดพลาด" ในกระบวนการสืบสวนคดีของเอปสตีนและกิเลน แม็กซ์เวลล์ คนสนิทเอปสตีน ตลอดจนต้องการตรวจสอบพฤติการณ์และผลการสืบสวนสาเหตุการเสียชีวิตในเรือนจำของเอปสตีนที่ตามมาในภายหลัง
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมาธิการฯ ได้ชี้แจงผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ว่า การออกหมายเรียกครั้งนี้เป็นผลมาจากมติเห็นชอบร่วมกันของที่ประชุมเมื่อวันที่ 4 มี.ค. ที่ผ่านมา เพื่อกดดันให้กระทรวงยุติธรรม (DOJ) ออกมาชี้แจงแนวทางการทำคดี รวมถึงตรวจสอบว่าทางกระทรวงฯ ได้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยความโปร่งใสของแฟ้มคดีเอปสตีน (Epstein Files Transparency Act) อย่างเคร่งครัดหรือไม่
#แพมบอนดี #สภาสหรัฐ #คดีเอปสตีน #แฟ้มลับ #โปร่งใส #กระทรวงยุติธรรม #ความโปร่งใส #เจฟฟรีย์เอปสตีน #กฎหมายโปร่งใส #EpsteinFiles #สืบสวน







