ต่างประเทศ

ประเด็นข่าวรอบโลก : โลกจับตาสงครามอิหร่าน! "ทรัมป์" ชี้ใกล้จบ / น้ำมันโลกร่วง / G7 ถกปล่อยน้ำมันสำรอง

แชร์ข่าว

สถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ตลาดโลกจับตาอย่างใกล้ชิด หลังราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลง ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าสงครามกับอิหร่านใกล้จะสิ้นสุดลง ขณะที่ประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลกเตรียมหารือแนวทางรับมือความเสี่ยงด้านพลังงานจากความขัดแย้งที่ยังคงดำเนินอยู่

รายงานระบุว่า ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง หลังทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณาเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นจุดคอขวดด้านการขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลกสำหรับตลาดน้ำมันดิบ นอกจากนี้ ทรัมป์ยังให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวของ CBS News โดยคำกล่าวดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านโพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า สงครามใกล้จะสิ้นสุดลงแล้วแทบทั้งหมด

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันจันทร์ (9 มี.ค.) ว่า สงครามที่กำลังดำเนินอยู่กับอิหร่านมีแนวโน้มจะยุติลงในไม่ช้า อย่างไรก็ตาม เขาปฏิเสธความเป็นไปได้ที่ความขัดแย้งจะสิ้นสุดภายในสัปดาห์นี้

ทรัมป์กล่าวระหว่างการแถลงข่าวที่รัฐฟลอริดาว่า สหรัฐฯ กำลังได้รับชัยชนะอย่างชัดเจน และสถานการณ์ในสนามรบมีความคืบหน้าเร็วกว่ากำหนดการอย่างมาก ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาเคยประเมินว่าสงครามอาจยืดเยื้อประมาณ 4-5 สัปดาห์

คำกล่าวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากอิหร่านได้แต่งตั้ง โมจตาบา คาเมเนอี ขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของประเทศ ภายหลังจากบิดาของเขาถูกสังหารในการโจมตีระลอกแรกของกองกำลังสหรัฐฯ และอิสราเอล

ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์ New York Post รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีแนวโน้มที่สหรัฐฯ จะส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าไปในอิหร่าน เพื่อเข้าควบคุมหรือรักษาความปลอดภัยของวัสดุนิวเคลียร์ในเมืองอิสฟาฮาน

“เรายังไม่ได้ตัดสินใจในเรื่องนั้น และตอนนี้เรายังห่างไกลจากจุดนั้นมาก” ทรัมป์กล่าวกับ New York Post

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังแสดงความไม่พอใจต่อการแต่งตั้ง โมจตาบา คาเมเนอี เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน โดยก่อนหน้านี้เขาเคยกล่าวว่า ผู้นำสูงสุดคนต่อไปของอิหร่านอาจไม่สามารถดำรงตำแหน่งได้ยาวนาน หากไม่ได้รับการยอมรับจากเขา

ด้านสำนักข่าว CNBC รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า รัฐมนตรีพลังงานจากกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำทั้ง 7 หรือ G7 เตรียมจัดการประชุมผ่านระบบออนไลน์ในวันนี้ เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ในการระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อลดผลกระทบจากภาวะขาดแคลนน้ำมันที่อาจเกิดขึ้นจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีคลังของกลุ่ม G7 ได้ประชุมหารือกันเมื่อวานนี้เกี่ยวกับแนวทางการระบายน้ำมันสำรอง แต่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปที่ชัดเจนได้

สำหรับสมาชิกของกลุ่ม G7 ประกอบด้วย แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา

ขณะเดียวกัน เอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้ออกมาเตือนว่า เรือบรรทุกน้ำมันที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังอย่างสูง ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาค

“ตราบใดที่สถานการณ์ยังไม่ปลอดภัย ผมคิดว่าเรือบรรทุกน้ำมันทุกลำ รวมถึงการเดินเรือทางทะเลทั้งหมด จะต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง” บากาอีกล่าว

นอกจากนี้ เขายังออกมาปกป้องการโจมตีของอิหร่านต่อรัฐในอ่าวเปอร์เซีย โดยระบุว่า การโจมตีฐานทัพและทรัพย์สินทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคถือเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ได้ส่งสารแสดงความยินดีต่อ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน โดยระบุว่า รัสเซียจะยังคงเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้ของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน

ปูตินกล่าวว่า ในช่วงเวลาที่อิหร่านกำลังเผชิญกับการรุกรานทางทหาร การดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดจำเป็นต้องใช้ความกล้าหาญและความทุ่มเทอย่างยิ่ง พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า โมจตาบา คาเมเนอี จะสามารถสืบสานภารกิจของบิดาและรวมพลังประชาชนอิหร่านให้เป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางบททดสอบที่ยากลำบาก

ในอีกด้านหนึ่ง ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้เข้าสู่ช่วงงดเว้นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน หรือที่เรียกว่า Blackout Period ก่อนการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 17-18 มีนาคมนี้

กฎระเบียบของเฟดกำหนดห้ามเจ้าหน้าที่แสดงความเห็นหรือให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้สาธารณชนตีความว่าเป็นสัญญาณเกี่ยวกับการปรับอัตราดอกเบี้ยในการประชุมที่กำลังจะมาถึง

ทั้งนี้ ช่วง Blackout Period จะเริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่สองก่อนการประชุม FOMC และสิ้นสุดในวันพฤหัสบดีหลังการประชุม

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนักถึง 97.4% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 17-18 มีนาคมนี้

สำหรับข้อมูลและเหตุการณ์เศรษฐกิจสำคัญที่ต้องติดตามในวันนี้ (10 มีนาคม) ได้แก่ เกาหลีใต้เปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4 ปี 2568 ขณะที่ออสเตรเลียจะเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมีนาคมจากเวสต์แพค และดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือนกุมภาพันธ์จาก NAB

ส่วนญี่ปุ่นจะเปิดเผยตัวเลขการใช้จ่ายภาคครัวเรือนเดือนมกราคม และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4 ปี 2568 ขณะที่จีนจะรายงานยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์

ด้านยุโรป เยอรมนีและฝรั่งเศสจะเปิดเผยข้อมูลยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือนมกราคม ขณะที่สหรัฐฯ มีกำหนดเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนรายสัปดาห์จาก ADP และยอดขายบ้านมือสองเดือนกุมภาพันธ์

#สงครามอิหร่าน #ทรัมป์ #น้ำมันโลก #ช่องแคบฮอร์มุซ #ตะวันออกกลาง #G7 #เศรษฐกิจโลก #ข่าวต่างประเทศ #ราคาน้ำมัน #ตลาดพลังงาน #ปูติน #อิหร่าน #ข่าวโลก #ตลาดการเงิน #เฟด #FOMC

ข่าวแนะนำ