บทความ บทวิเคราะห์

สงครามครั้งนี้จะสู้ต่อหรือจะยุติ?

แชร์ข่าว

คุยเฟื่องเรื่องต่างประเทศ / ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

ณ บัดนี้สงครามอิหร่านผ่านไปแล้ว 4 สัปดาห์ โดยฝ่ายสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลร่วมจับมือกันใช้อาวุธทางอากาศเข้าไปโจมตีถล่ม “โครงการอาวุธนิวเคลียร์” ของอิหร่าน และในเวลาเดียวกันฝ่ายอิหร่านก็มิได้นิ่งเฉย ออกมาตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธอย่างต่อเนื่องโดยมิประกาศว่า “ยอมพ่ายแพ้แต่อย่างใด” นับเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ในแถบตะวันออกกลาง 

ส่วนการเรียกร้องที่ “ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” ขอให้องค์การนาโต (NATO) เข้าไปร่วมให้ความช่วยเหลือนั้น กลับปรากฏว่ามิมีเสียงตอบรับกลับคืนมาแต่อย่างใด นับเป็นความล้มเหลวที่ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังเผชิญอยู่! 

แนวรบใหม่และผลกระทบทางเศรษฐกิจ

ในทางกลับกัน เมื่อวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2026 นี้ จะเห็นได้ว่าอิหร่านกลับได้รับความช่วยเหลือจาก “กลุ่มฮูตี” (Houthi) ในเยเมนที่เข้ามาร่วมสมทบพลกำลังใช้ขีปนาวุธโจมตีอิสราเอล นับเป็นแนวรบใหม่ที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้ง การเข้าไปสนับสนุนอิหร่านจากกลุ่มติดอาวุธที่ทรงพลังในครั้งนี้ สร้างความวิตกกังวลว่าจะเกิดการชะงักงันทางด้านเศรษฐกิจของโลกเพิ่มมากยิ่งขึ้น สืบเนื่องมาจากที่ผ่านมากลุ่มติดอาวุธฮูตีมีศักยภาพด้านการโจมตีการขนส่งทางเรือในแถบ ทะเลแดง (Red Sea) มาแล้วเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวโยงกับการขนส่งผ่าน คลองสุเอซ (Suez Canal) 

ที่ผ่านมา เมื่อครั้งเริ่มต้นที่สหรัฐฯ เข้าไปโจมตีจนสามารถปลิดชีวิตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน รวมถึงกลุ่มผู้นำของอิหร่านอีก 7 ชีวิตในเวลาเดียวกัน แถมยังเชื้อเชิญให้ “ประธานรัฐสภาโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ” ของอิหร่าน เข้าไปร่วมมีบทบาทสำคัญในการเริ่มต้นเจรจา โดยทั้งนี้ประธานาธิบดีทรัมป์อาจจะเอาจุดเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้เป็นการประกาศชัยชนะก็เป็นไปได้ ส่วนอิหร่านก็สามารถประกาศว่า “อิหร่านก็สามารถต่อสู้กับประเทศมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่เยี่ยงสหรัฐฯ” ได้เช่นกัน 

ยุทธศาสตร์ภาคพื้นดิน: เป้าหมายเกาะคาร์ก

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการใช้กำลังทางภาคพื้นดินของสหรัฐฯ อาจจะเป็นทางออกขั้นต่อไป โดยสหรัฐฯ กำลังเตรียมแนวทางการใช้กำลังภาคพื้นดินเข้าไปยึด “เกาะคาร์ก” (Kharg Island) ซึ่งเป็นศูนย์กลางคลังเก็บน้ำมันกว่า 70% ของพลังงานเชื้อเพลิงทั้งหมดที่อิหร่านส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก 

สหรัฐฯ คาดว่าจะต้องใช้กำลังของนาวิกโยธินราว 5,000 นาย ในการบุกเข้าไปยึดเกาะนี้ แต่อิหร่านก็คงมินิ่งนอนใจ กำลังวางแผนที่จะต่อต้านอย่างแข็งขัน นอกจากนั้นสหรัฐฯ ยังจัดเตรียมกำลังทหารอีก 17,000 นาย เพื่อยกพลขึ้นบกที่อิหร่าน ซึ่งหากเกิดการปะทะกัน ย่อมเสี่ยงที่จะกลายเป็นสงครามยืดเยื้อต่อไปอีกยาวนาน! 

กระแสต่อต้านภายในสหรัฐอเมริกา

การที่สหรัฐฯ ร่วมกับอิสราเอลทำสงครามในครั้งนี้ ปรากฏว่าชาวอเมริกันต่อต้านอย่างกว้างขวาง ผลการหยั่งเสียงจากสำนักต่าง ๆ ระบุข้อมูลที่น่าสนใจ ดังนี้: 

สำนักหยั่งเสียงพิว (Pew Research Center): เปิดเผยว่าชาวอเมริกัน 61% ต่อต้านสงครามอิหร่าน

 มหาวิทยาลัยควินนิเพียก (Quinnipiac University): พบว่าฐานเสียงพรรครีพับลิกัน 79% สนับสนุนทรัมป์ แต่ฐานเสียงพรรคเดโมแครต 74% ต่อต้านสงคราม 

สำนักหยั่งเสียงเอพี (AP): รายงานว่าชาวอเมริกันส่วนใหญ่คิดว่าสหรัฐฯ ทำ "ล้ำเส้น" เกินไปแล้ว 

สำนักหยั่งเสียง Silver Bulleting: ระบุว่าผู้สนับสนุนสงครามมีเพียง 39% ขณะที่ผู้ต่อต้านสูงถึง 54% 

คะแนนนิยมที่ดิ่งลงทำให้นำไปสู่การประท้วงใหญ่เมื่อวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2026 ภายใต้ชื่อกลุ่ม “No Kings” โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 9 ล้านคน และองค์กรต่าง ๆ ถึง 3,300 แห่ง เพื่อประท้วงนโยบายและอำนาจที่ถูกมองว่าเป็น "เผด็จการ" ของประธานาธิบดีทรัมป์ 

ทางออกทางการทูตและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

เมื่อวันเสาร์ที่ 29 มีนาคม นี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของตุรกี อียิปต์ และซาอุดิอาระเบีย ได้ประชุมร่วมกันที่ปากีสถาน เพื่อหาหนทางแก้ไขและเปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” (Strait of Hormuz) รวมถึงเจรจายุติสงคราม ความก้าวหน้าในวันแรกคือ อิหร่านตกลงอนุญาตให้เรือจาก 20 ประเทศที่ปักธงปากีสถาน สามารถขนน้ำมันดิบผ่านช่องแคบได้ 

บทสรุป สงครามอิหร่านครั้งนี้นับเป็นบทเรียนครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯ ที่สร้างความแตกแยกอย่างรุนแรงในสังคม อีกทั้งยังมิได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรส ซึ่งถือว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ แม้ประธานาธิบดีทรัมป์จะพยายามอ้างความสำเร็จในการทำลายโครงการนิวเคลียร์ แต่อิหร่านก็ได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถต่อกรกับมหาอำนาจได้อย่างไม่เกรงกลัวโดยมีศักดิ์ศรีเป็นเดิมพัน เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าสงครามครั้งนี้จะจบลงในรูปแบบใดครับ

#สงครามอิหร่าน #สหรัฐอเมริกา #อิสราเอล #ตะวันออกกลาง #การเมืองโลก #เศรษฐกิจโลก #ภูมิรัฐศาสตร์ #สงคราม #ข่าวต่างประเทศ #siamrathonline

ข่าวแนะนำ