สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 โดยอ้างอิงข้อมูลจากสำนักข่าวไออาร์เอ็นเอ (IRNA) สื่อทางการของอิหร่าน ระบุว่า ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน แห่งอิหร่าน ได้แถลงยืนยันอย่างหนักแน่นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า ชาวอิหร่านจะไม่ยินยอมให้ "ศัตรู" เข้ายึดครองดินแดนของประเทศแม้เพียงนิ้วเดียว
โดยถ้อยแถลงดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการประชุมร่วมกับนายโมฮัมหมัด-เรซา ซาฟาร์กานดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ณ กรุงเตหะราน เพื่อกำหนดท่าทีของอิหร่านต่อสถานการณ์การโจมตีจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลที่กำลังดำเนินอยู่
ประธานาธิบดีเปเซชเคียนยังได้กล่าวถึงคำแถลงเมื่อวันเสาร์ที่เขาได้ขออภัยต่อประเทศเพื่อนบ้านและระบุว่าการโจมตีจะยุติลง โดยเขาชี้แจงว่ากลุ่มศัตรูได้ตีความคำพูดของเขาผิดไป และพยายามสร้างความแตกแยกระหว่างอิหร่านกับประเทศเพื่อนบ้าน
ทั้งนี้ ผู้นำอิหร่านได้เน้นย้ำว่าอิหร่านให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ที่ "ดีและเป็นพี่น้อง" กับประเทศเพื่อนบ้านมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม หากสหรัฐฯ หรืออิสราเอลใช้ดินแดนของรัฐอื่นเพื่อเปิดฉากโจมตีอิหร่าน อิหร่านย่อมมีความจำเป็นที่จะต้องตอบโต้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การตอบโต้นั้นไม่ได้หมายความว่าอิหร่านมีความขัดแย้งกับประเทศเหล่านั้นหรือประชาชนในพื้นที่แต่อย่างใด
โดยเปเซชเคียนแสดงความห่วงใยและขออภัยต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดในภูมิภาค พร้อมประกาศว่าแม้ประเทศจะเผชิญกับความท้าทาย แต่ชาวอิหร่านจะยืนหยัดต่อสู้และไม่ยอมเสียดินแดนแม้แต่นิ้วเดียว
สำหรับชนวนเหตุความขัดแย้งที่รุนแรงนี้ เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่ออิสราเอลและสหรัฐฯ ได้ร่วมกันโจมตีกรุงเตหะรานและเมืองสำคัญหลายแห่งของอิหร่าน เป็นเหตุให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตพร้อมกับผู้บัญชาการทหารระดับสูงและพลเรือนอีกหลายราย ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการส่งขีปนาวุธและโดรนโจมตีฐานทัพของสหรัฐฯ และอิสราเอลในตะวันออกกลางหลายระลอก
สถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อภูมิภาค โดยเฉพาะความกังวลเรื่องการหยุดชะงักของการส่งออกน้ำมันและตลาดพลังงานโลก ซึ่งในวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X เตือนว่าหากสงครามยังคงดำเนินต่อไป อาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อการผลิตและการส่งออกน้ำมันในภูมิภาคเอเชียตะวันตก
พร้อมกันนี้เขายังได้วิพากษ์วิจารณ์ความเห็นของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ระบุว่าราคาน้ำมันจะไม่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยชี้ว่าระดับราคาที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบันได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าคำกล่าวของทรัมป์นั้นไม่เป็นความจริง
กาลิบาฟเตือนทิ้งท้ายว่าหากสงครามยืดเยื้อ ไม่เพียงแต่ผลประโยชน์ของสหรัฐฯ เท่านั้นที่จะเสียหาย แต่ประเทศอื่นๆ ก็จะได้รับผลกระทบจากสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็น "ความเพ้อฝัน" ของนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลด้วยเช่นกัน
• อ้างอิง: สำนักข่าวซินหัว (Xinhua), 8 มีนาคม 2569 (2026-03-08 16:34:30)








