เมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ศุลกากรของสหรัฐอเมริกาเปิดเผยในเอกสารที่ยื่นต่อศาลการค้าระหว่างประเทศเมื่อวันศุกร์ (6 มี.ค.) ว่า ทางการกำลังเร่งพัฒนาระบบสำหรับคืนเงินภาษีศุลกากรให้กับผู้นำเข้าสินค้า และคาดว่าระบบดังกล่าวจะสามารถเปิดใช้งานได้ภายในระยะเวลา 45 วัน
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำตัดสินเมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา ให้เพิกถอนมาตรการจัดเก็บภาษีศุลกากรในวงกว้างที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศใช้ก่อนหน้านี้ โดยศาลระบุว่าการเรียกเก็บภาษีดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตของฝ่ายบริหาร เนื่องจากไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรส
สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ (CBP) ระบุว่า จนถึงวันพุธที่ผ่านมา (4 มี.ค.) หน่วยงานได้จัดเก็บภาษีศุลกากรจากผู้นำเข้ามากกว่า 330,000 ราย จากรายการนำเข้าสินค้ากว่า 53 ล้านรายการ คิดเป็นมูลค่าภาษีรวมประมาณ 166,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
CBP ซึ่งใช้ระบบ Automated Commercial Environment (ACE) เป็นแพลตฟอร์มหลักในการบันทึกและบริหารจัดการข้อมูลสินค้านำเข้า ระบุว่า ขณะนี้กำลังปรับปรุงระบบดังกล่าว โดยเพิ่มฟังก์ชันใหม่เพื่อรองรับกระบวนการคืนเงินภาษีให้แก่ผู้นำเข้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ทั้งนี้ หน่วยงานยืนยันว่ากำลังเร่งดำเนินการพัฒนาระบบอย่างเต็มที่ เพื่อให้สามารถเปิดใช้งานได้ภายในกรอบเวลา 45 วัน ตามแผนที่กำหนดไว้
อย่างไรก็ตาม หลังจากศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำสั่งเพิกถอนมาตรการภาษีดังกล่าวได้ไม่นาน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ประกาศใช้มาตรการจัดเก็บภาษีในลักษณะครอบคลุมอีกครั้ง โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายฉบับอื่น ซึ่งสร้างความกังวลต่อทิศทางนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ในระยะต่อไป
#ภาษีนำเข้าสหรัฐ #ทรัมป์ #ศาลฎีกาสหรัฐ #นโยบายการค้า #เศรษฐกิจโลก #ข่าวเศรษฐกิจ #CBP #การค้าระหว่างประเทศ #สงครามการค้า #ตลาดโลก








