กรมบัญชีกลาง (บก.) ปรับแนวปฏิบัติใหม่ “สิทธิข้าราชการ” เข้ารักษา “OPD” ทั้ง ยืนยันตัวตนต้องใช้บัตรประชาชน เบิกจ่ายตรงชดเชยค่าบริการ ให้หน่วยบริการทำเรื่องผ่านเครื่อง EDC หรือระบบที่กำหนด ส่ง “สกส. – สปสช.” แล้วแต่กรณี ส่วนไตวายเรื้อรัง ไปรับบริการเอกชน เบิกจ่ายตรงได้เหมือนกัน
กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ส่งหนังสือเรื่อง “แนวปฏิบัติเบิกจ่ายตรงเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยนอก” เรียนถึง ปลัดกระทรวง อธิบดี เลขาธิการ ผู้อำนวยการ อธิการบดี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้อำนวยการสถานพยาบาลของทางราชการ ผู้อำนวยการสถานพยาบาลของเอกชน ลงนามโดย นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง เมื่อ 2 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา
พร้อมกันนี้ ยังแนบแนวปฏิบัติการเบิกจ่ายตรงเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยนอก สำหรับผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัว และส่วนราชการ และแนวปฏิบัติการเบิกจ่ายตรงเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยนอก สำหรับสถานพยาบาล รวมถึงเงื่อนไขการเข้าสู่ระบบเบิกจ่ายตรงสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการของสถานพยาบาลของทางราชการ (สาขา)
รายละเอียดในหนังสือดังกล่าว ระบุว่า กรมบัญชีกลางพิจารณาเห็นว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีการยืนยันตัวตนได้รับการพัฒนา การยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์หลากหลายรูปแบบ ได้แก่ การสแกนใบหน้า (Facial Recognition) คู่กับบัตรประจำตัวประชาชน (OCR) ผ่านแอปพลิเคชัน (e-KYC) การยืนยันตัวตนแบบ Two-factor authentication (FA) โดยจะใช้การส่งรหัส OTP ผ่าน SMS การยืนยันตัวตนด้วย Biometrics ประกอบกับกรมบัญชีกลางได้พัฒนาระบบบำเหน็จบำนาญและสวัสดิการรักษาพยาบาล (ระบบ Digital Pension) เพื่อบูรณาการฐานข้อมูลให้มีความเชื่อมโยงกัน
ดังนั้น เพื่อให้แนวปฏิบัติการเบิกจ่ายตรงเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ประเภทผู้ป่วยนอก มีความครอบคลุมครบถ้วนสมบูรณ์และสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามข้อ 19 ข้อ 22 ข้อ 23 และข้อ 27 ของหลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยวิธีการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. 2553 กำหนดแนวปฏิบัติการเบิกจ่ายตรงเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ประเภทผู้ป่วยนอก เพื่อให้ผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัว ส่วนราชการ และสถานพยาบาล ถือปฏิบัติ ดังนี้
1. การเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยนอกในระบบเบิกจ่ายตรงสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ให้ใช้บัตรประจำตัวประชาชนที่ราชการออกให้ทำธุรกรรมในการเข้ารับการรักษาพยาบาลทุกครั้ง เว้นแต่ บุคคลที่ไม่สามารถมีบัตรประจำตัวประชาชนได้ตามกฎหมายว่าด้วยบัตรประจำตัวประชาชน หรือบุคคลที่กรมบัญชีกลางกำหนดให้ไม่ต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนในการใช้สิทธิเบิกเงินค่ารักษาพยาบาล ให้ถือปฏิบัติตามแนวปฏิบัติการเบิกจ่ายตรงเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยนอก สำหรับผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัว และส่วนราชการ
2. การทำธุรกรรมเบิกจ่ายตรงให้สถานพยาบาลทำธุรกรรมผ่านเครื่องอ่านบัตรประจำตัว ประชาชน (เครื่อง Electronic Data Capture : EDC) หรือวิธีการอื่นตามหน่วยงานที่กรมบัญชีกลางมอบหมาย สำหรับการเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยนอกในระบบเบิกจ่ายตรงสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ให้สถานพยาบาลจัดส่งข้อมูลไปยังหน่วยงานที่กรมบัญชีกลางมอบหมาย (สำนักสารสนเทศบริการสุขภาพ (สกส.) หรือสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)) แล้วแต่กรณี (ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาลส่งข้อมูลเพื่อขอเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลกับกรมบัญชีกลางผ่านหน่วยงานใด) ให้ถือปฏิบัติตามแนวปฏิบัติการเบิกจ่ายตรงเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยนอก สำหรับสถานพยาบาล
3. ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ที่ต้องบำบัดทดแทนไตด้วยวิธีไตเทียม และผู้ป่วยโรคมะเร็งที่มีความจำเป็นต้องฉายรังสีรักษา ซึ่งสถานพยาบาลของทางราชการส่งตัวให้มาเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของเอกชน การใช้สิทธิเบิกจ่ายตรงสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ณ สถานพยาบาลของเอกชน ให้ผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัว ตลอดจนสถานพยาบาลของเอกชน ให้ถือปฏิบัติตามแนวปฏิบัติการเบิกจ่ายตรงเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยนอก สำหรับผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัว และส่วนราชการ และของสถานพยาบาล
4. การเข้ารับการรักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยนอกสำหรับโรคที่มีหลักเกณฑ์กำหนดไว้เป็นการเฉพาะเกี่ยวกับการลงทะเบียนผู้ป่วย เช่น ผู้ป่วยโรคมะเร็งและโลหิตวิทยา ผู้ป่วยกลุ่มโรครูมาติก และผู้ป่วยโรคผิวหนังเรื้อรัง ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้ยาที่มีค่าใช้จ่ายสูง เป็นต้น ให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวเพิ่มเติมด้วย
5. กรณีผู้มีสิทธิหรือบุคคลในครอบครัวมีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาด้วยโรคเดียวกัน ต่างสถานพยาบาล ให้แจ้งข้อมูลผลการตรวจวินิจฉัย รายการยาที่เคยได้รับต่อแพทย์ผู้ทำการรักษาเพื่อความปลอดภัย และลดการซ้ำซ้อนในการรักษาพยาบาล
6. รายการค่าตรวจสุขภาพประจำปี ให้ผู้มีสิทธิ (ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ หรือผู้ได้รับ เบี้ยหวัดบำนาญ) ทดรองจ่ายเงินค่าตรวจสุขภาพประจำปีของตนเองและนำใบเสร็จรับเงินยื่นขอเบิกเงินค่ารักษาพยาบาล ณ ส่วนราชการต้นสังกัด
7. การทำธุรกรรมเบิกจ่ายตรงเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยนอกผ่านแอปพลิเคชัน ให้ถือปฏิบัติตามแนวทางที่กรมบัญชีกลางกำหนดไว้
8. สถานพยาบาลของทางราชการ (สาขา) ที่เปิดให้บริการทางการแพทย์นอกพื้นที่ตั้งของสถานพยาบาลของทางราชการ (หลัก) โดยมีที่อยู่ชัดเจน หากประสงค์จะเข้าสู่ระบบเบิกจ่ายตรงสวัสดิการ รักษาพยาบาลข้าราชการจะต้องดำเนินการตามเงื่อนไขที่กรมบัญชีกลางกำหนดตาม เงื่อนไขการเข้าสู่ระบบเบิกจ่ายตรงสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการของสถานพยาบาลของทางราชการ (สาขา)








