วินาทีที่กระสุนนัดสุดท้ายสงบลงในเมืองทาปัลปา รัฐฮาลิสโก ประเทศเม็กซิโก ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการอาชญากรรมโลกก็ถูกเขียนขึ้นด้วยเลือด เมื่อ "เนเมซิโอ โอเซเกรา เซอร์แวนเตส" หรือที่คนทั่วโลกหวาดกลัวในชื่อ "เอล เมนโช" ผู้นำสูงสุดของแก๊งฮาลิสโก นิว เจเนอเรชั่น (CJNG) ถูกปลิดชีพลงอย่างเป็นทางการในปฏิบัติการไล่ล่าสายฟ้าแลบที่ได้รับแรงหนุนจากหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ
แรงสั่นสะเทือนจากการตายของเขาไม่ได้จบลงแค่ในสนามรบ แต่กลับกลายเป็นจุดชนวนระเบิดที่เปลี่ยนเม็กซิโกให้กลายเป็นนรกบนดินในชั่วข้ามคืน เมื่อกองทัพสมุนผู้ซื่อสัตย์ออกมาทวงแค้นให้ลูกพี่ใหญ่ด้วยการประกาศสงครามกับรัฐบาลอย่างเต็มรูปแบบ
กลิ่นควันปืนและกลิ่นยางรถยนต์ที่ถูกเผาวอดโชยคลุ้งไปทั่ว 12 รัฐของเม็กซิโก หลังจากมีรายงานยืนยันว่า เอล เมนโช อดีตนายตำรวจวัย 59 ปี ผู้ผันตัวมาเป็นจักรพรรดิยาเสพติดที่ทางการสหรัฐฯ ตั้งค่าหัวสูงถึง 15 ล้านดอลลาร์ ได้เสียชีวิตลงจากบาดแผลฉกรรจ์ที่ได้รับจากการปะทะกับกองทัพเม็กซิโกเมื่อวันอาทิตย์ (22 ก.พ.69) ที่ผ่านมา
โดยปฏิบัติการครั้งนี้เป็นผลพวงจากการประสานงานระดับเข้มข้นระหว่างหน่วยรบพิเศษเม็กซิโกและข้อมูลลับจากฝั่งอเมริกา เพื่อขุดรากถอนโคนอิทธิพลของ CJNG ที่ผูกขาดการส่งออก "เฟนทานิล" และยาเสพติดอันตรายเข้าสู่สหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน แต่ราคาที่ต้องจ่ายสำหรับชัยชนะครั้งนี้คือความโกลาหลที่ประเมินค่าไม่ได้
ภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏตามสื่อโซเชียลฉายให้เห็นกลุ่มมือปืนติดอาวุธสงครามครบมือออกมายึดถนนสายหลัก ปิดกั้นเส้นทางจราจรด้วยซากรถยนต์ที่ถูกวางเพลิงเพื่อขัดขวางการเคลื่อนกำลังของเจ้าหน้าที่ ในรัฐฮาลิสโ กซึ่งเป็นฐานที่มั่นหลัก
สถานการณ์เลวร้ายถึงขั้นที่ "ปาโบล เลมุส นาวาร์โร" ผู้ว่าการรัฐต้องประกาศภาวะฉุกเฉินระดับสีแดงสั่งระงับการขนส่งสาธารณะและกิจกรรมทุกชนิดโดยสิ้นเชิง แม้แต่เมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างกัวดาลาฮารา ซึ่งเตรียมเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก และเมืองตากอากาศปวยร์โตวัลลาร์ตา ก็ถูกนักท่องเที่ยวบรรยายสภาพว่าไม่ต่างจาก "เขตสงคราม" ที่พร้อมจะเกิดการยิงปะทะได้ทุกวินาที
ตลอดทั้งวันอาทิตย์ที่ผ่านมา กองทัพเม็กซิโกต้องเผชิญกับคลื่นการโจมตีที่รุนแรง ร้านค้าและธนาคารกว่า 20 แห่งถูกบุกทำลายและวางเพลิง ขณะที่มีการตั้งด่านตรวจเถื่อนและด่านความมั่นคงรวมกันกว่า 250 แห่งทั่วประเทศ โดยเจ้าหน้าที่สามารถรวบตัวผู้ก่อเหตุได้ 25 ราย ซึ่งแบ่งเป็นพวกที่เกี่ยวข้องกับการใช้ความรุนแรงและพวกที่ฉวยโอกาสปล้นสะดมท่ามกลางความวุ่นวาย
ทางด้านประธานาธิบดีเคลาเดีย เชนบอม แม้จะออกมาแถลงการณ์ขอให้ประชาชนอยู่ในความสงบและยืนยันว่าสถานการณ์ส่วนใหญ่ยังควบคุมได้ แต่คำเตือนจากนานาชาติกลับสะท้อนภาพที่ตรงกันข้าม ทั้งสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรต่างออกประกาศเตือนพลเมืองให้กบดานอยู่ในที่พักอาศัยและเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยสูงสุดทันที
ไมค์ วิจิล อดีตบิ๊กบราเธอร์จากหน่วย DEA ให้ทัศนะว่า นี่คือปฏิบัติการที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การปราบปรามยาเสพติด เพราะ เอล เมนโช คือฟันเฟืองหลักที่คุมระบบโลจิสติกส์ความตายทั้งโคเคอนและเมทแอมเฟตามีน
อย่างไรก็ตาม ชัยชนะในครั้งนี้อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ "สุญญากาศแห่งอำนาจ" ที่จะนำไปสู่การนองเลือดที่โหดเหี้ยมยิ่งกว่าเดิม เมื่อเหล่าสมุนที่เหลืออยู่และแก๊งคู่แข่งต่างพยายามเข้ามายึดครองบัลลังก์ที่ว่างลง ขณะที่เสียงหวอของรถฉุกเฉินและเปลวเพลิงที่ยังไม่มอดดับในรัฐฮาลิสโก คือหลักฐานชั้นดีว่าถึงแม้ "จักรพรรดิ" จะสิ้นชื่อ แต่สงครามยาเสพติดของเม็กซิโกนั้นยังห่างไกลจากคำว่าอวสาน
#เอลเมนโช #เม็กซิโก #ข่าวอาชญากรรม #สงครามยาเสพติด #CJNG #ElMencho #MexicoWar #ข่าวต่างประเทศ #ยาเสพติดโลก #สถานการณ์โลก2026







