เกษตร

มันสำปะหลังไทย Non-GMO ปราศจากกลูเตน ตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคใหม่ เตรียมขยายโอกาสในญี่ปุ่น 25-26 ก.พ.นี้

แชร์ข่าว

วันนี้ (23 กุมภาพันธ์ 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมการค้าต่างประเทศ เร่งขับเคลื่อนนโยบายผลักดันการส่งออกมันสำปะหลังไทยสู่ตลาดศักยภาพอย่างต่อเนื่อง เตรียมนำคณะผู้แทนภาครัฐ นักวิชาการ และภาคเอกชน เดินทางไปขยายโอกาสทางการค้าสินค้ามันสำปะหลัง ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 25–26 กุมภาพันธ์ 2569 มุ่งเจาะกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และอุตสาหกรรมอุปโภคบริโภค พร้อมยกระดับการส่งออกสินค้าแปรรูปที่มีมูลค่าเพิ่ม และกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดส่งออกหลักเพียงตลาดเดียว

รองโฆษกฯ กล่าวว่า ในปี 2569 กรมการค้าต่างประเทศมีแผนเดินหน้าขยายตลาดส่งออกมันสำปะหลังไปยังต่างประเทศที่มีศักยภาพ โดยมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังแปรรูปมูลค่าสูง อาทิ มันอัดเม็ด แป้งมันสำปะหลังดัดแปร และแป้งมันสำปะหลังเกรดพรีเมียม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมต่อเนื่องในญี่ปุ่น โดยเฉพาะภาคปศุสัตว์และอุตสาหกรรมอุปโภคบริโภค ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญของสินค้าไทยในการขยายตลาดเชิงลึก และต่อยอดจากความสำเร็จการเจรจาการค้าเมื่อปลายปี 2568 ที่ผ่านมา

ล่าสุด บริษัทญี่ปุ่นด้านนวัตกรรมสินค้าเกษตรและที่ปรึกษาการผลิตอาหาร แสดงความสนใจนำเข้าสินค้าเม็ดไข่มุก (Tapioca Pearl) และเทอร์โมพลาสติกสตาร์ช (Thermoplastic Starch) ที่ผลิตจากแป้งมันสำปะหลังไทย สะท้อนศักยภาพของสินค้าไทยในฐานะวัตถุดิบอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่ตอบโจทย์ตลาดพรีเมียม

รองโฆษกฯ ระบุเพิ่มเติมว่า มันสำปะหลังไทยมีจุดแข็งด้านคุณภาพและมาตรฐานการผลิต เป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ดัดแปลงพันธุกรรม (Non-GMO) และปราศจากกลูเตน (Non-Gluten) สอดคล้องกับความต้องการของตลาดญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยผู้บริโภค ทำให้สามารถพัฒนาไปสู่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมมูลค่าสูงได้อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเป็นตลาดส่งออกมันสำปะหลังอันดับ 2 ของไทย โดยในปี 2568 ไทยส่งออกไปญี่ปุ่นรวม 394,742 ตัน มูลค่า 261.64 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าหลักคือแป้งมันสำปะหลังแปรรูป คิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 84 ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด

รองโฆษกฯ กล่าวย้ำว่า รัฐบาลมุ่งมั่นผลักดันสินค้าเกษตรไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมมูลค่าสูงในตลาดโลก เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกร เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน