เกิดเหตุสะเทือนขวัญในกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เมื่อมือระเบิดฆ่าตัวตายก่อเหตุโจมตีภายในมัสยิดของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ ระหว่างพิธีละหมาดวันศุกร์ที่ 6 ก.พ.69 (ตามเวลาท้องถิ่น) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 31 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกไม่ต่ำกว่า 169 คน ตามการเปิดเผยของทางการปากีสถาน
เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นการโจมตีที่ร้ายแรงที่สุดในประเทศ นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2023 หลังจากเกิดเหตุระเบิดที่มัสยิดในเมืองเปชาวาร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 คน
ซัยยิด อามีร์ ฮุสเซน ชาห์ วัย 47 ปี หนึ่งในผู้รอดชีวิตซึ่งอยู่ระหว่างการละหมาดในมัสยิด เปิดเผยว่า “เราเพิ่งเริ่มละหมาดก็ได้ยินเสียงปืน จากนั้นก็เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น ผมเองก็ได้รับบาดเจ็บด้วย ตอนนั้นภายในห้องโถงมีผู้ละหมาดมากกว่า 400 คน”
แม้ปากีสถานจะเผชิญกับคลื่นความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่การก่อเหตุโจมตีในกรุงอิสลามาบัด ซึ่งเป็นเมืองหลวงที่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด ถือว่าเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก โดยก่อนหน้านี้ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เคยเกิดเหตุระเบิดในเมืองหลวง คร่าชีวิตผู้คนไป 12 ราย และถูกจัดว่าเป็นเหตุโจมตีฆ่าตัวตายที่ร้ายแรงที่สุดในรอบเกือบสองทศวรรษ
แหล่งข่าวจากตำรวจเปิดเผยว่า ผลการสอบสวนเบื้องต้นชี้ว่า กลุ่มตาลีบันปากีสถาน หรือ Tehrik-i-Taliban Pakistan (TTP) อาจอยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาแสดงตัวอ้างความรับผิดชอบอย่างเป็นทางการ
กลุ่ม TTP เป็นกลุ่มติดอาวุธอิสลามนิกายสุหนี่ ซึ่งมีแนวคิดต่อต้านชาวมุสลิมชีอะห์ที่เป็นชนกลุ่มน้อยในปากีสถาน โดยมองว่าเป็นพวกนอกรีต
ภาพถ่ายหลังเหตุการณ์ที่เผยแพร่โดยสำนักข่าวแห่งหนึ่ง แสดงให้เห็นร่างผู้เสียชีวิตที่เปื้อนเลือดนอนกระจัดกระจายอยู่บนพื้นมัสยิด ท่ามกลางเศษกระจกและซากปรักหักพัง ขณะที่ผู้บาดเจ็บจำนวนมากถูกนำออกมานอนรอการช่วยเหลือในสวนบริเวณพื้นที่กึ่งเมืองของมัสยิดคัดิจา ตุล คูบรา อิหม่ามบาร์กาห์ ในเขตชานเมือง
ด้านสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำกรุงอิสลามาบัด ออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีครั้งนี้ โดยระบุว่า “การก่อการร้ายและความรุนแรงต่อพลเรือน รวมถึงสถานที่สักการะ เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้” พร้อมย้ำว่า “ประชาชนชาวปากีสถานสมควรได้รับความปลอดภัย ศักดิ์ศรี และเสรีภาพในการประกอบศาสนกิจโดยปราศจากความหวาดกลัว”
ขณะที่ประธานาธิบดีอาซิฟ อาลี ซาร์ดารี ของปากีสถาน ระบุว่า การโจมตีพลเรือนผู้บริสุทธิ์เป็น “อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ” และยืนยันว่าทั้งประเทศยืนหยัดเคียงข้างครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบ
#ปากีสถาน #ระเบิดมัสยิด #อิสลามาบัด #ก่อการร้าย #ข่าวต่างประเทศ #มือระเบิดฆ่าตัวตาย #TTP #ข่าวด่วน








