"บิล เกตส์" ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “ผมมันโง่เอง” และ “เสียใจทุกนาที” ที่เคยคบหากับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน หลังจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) เปิดเผยเอกสารลับชุดใหม่ ซึ่งมีร่างอีเมลที่เอปสตีนอ้างถึงพฤติกรรมอื้อฉาวหลายประการ ตั้งแต่การจัดหาสาวรัสเซีย การนัดพบผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว ไปจนถึงข้อกล่าวหาว่าเกตส์แอบส่งยาปฏิชีวนะให้เมลินดา อดีตภรรยา เพราะกังวลว่าตนติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
บิล เกตส์ มหาเศรษฐีวัย 70 ปี ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ 9News ของออสเตรเลีย เมื่อวันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ เพื่อโต้แย้งข้อกล่าวหาในเอกสารลับเกือบ 3 ล้านหน้าที่เพิ่งถูกเปิดเผย ซึ่งเกี่ยวข้องกับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน นักการเงินผู้กระทำความผิดทางเพศต่อผู้เยาว์ และเสียชีวิตในเรือนจำเมื่อปี 2562
เกตส์ยอมรับว่าเขาเคยเข้าไปพัวพันกับเอปสตีนในปี 2554 ซึ่งเป็นช่วงหลังจากเอปสตีนถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีอาชญากรรมทางเพศแล้ว โดยอ้างว่ามีเป้าหมายเพื่อระดมทุนสนับสนุนงานด้านสาธารณสุขโลกผ่านมูลนิธิเกตส์
“จุดประสงค์หลักคือเอปสตีนรู้จักคนรวยจำนวนมาก และเขาบอกว่าสามารถดึงคนเหล่านั้นมาบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนงานด้านสาธารณสุขได้ แต่เมื่อมองย้อนกลับไป มันเป็นการเสียเวลาเปล่า และผมก็พูดมาหลายครั้งแล้วว่าผมมันโง่เองที่ไปเสียเวลากับเขา” เกตส์กล่าว พร้อมย้ำว่าเขาเป็นหนึ่งในอีกหลายคนที่ต้องมานั่งเสียใจกับการเคยรู้จักผู้ชายคนนี้
เกตส์ยืนยันว่า เขาเคยร่วมรับประทานอาหารค่ำกับเอปสตีนหลายครั้ง แต่ไม่เคยเดินทางไปยังเกาะส่วนตัวของเอปสตีน และไม่เคยมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนใดตามที่ถูกกล่าวอ้าง พร้อมระบุว่า ยิ่งมีการเปิดเผยข้อมูลมากเท่าใด ก็ยิ่งชัดเจนว่า แม้การพบปะในช่วงเวลานั้นจะเป็นความผิดพลาด แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมผิดศีลธรรมตามที่ถูกกล่าวหา
นอกจากนี้ เกตส์ยังกล่าวถึงร่างอีเมลที่เอปสตีนเขียนถึงตัวเองว่า เป็นเรื่องเท็จ และไม่เคยถูกส่งถึงใคร พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าเอปสตีนอาจพยายามใส่ร้ายหรือโจมตีตนเอง “ทุกนาทีที่ผมใช้เวลาร่วมกับเขา ผมเสียใจ และผมขอโทษที่ทำแบบนั้น”
ชนวนสำคัญของกระแสวิจารณ์มาจากร่างอีเมลปี 2556 ซึ่งเอปสตีนอ้างว่าเขาทำหน้าที่เป็น “มือขวา” ที่ยอมทำเรื่องผิดศีลธรรมไปจนถึงก้ำกึ่งผิดกฎหมายเพื่อปรนเปรอบิล เกตส์ ทั้งการจัดหายากระตุ้นประสาท Adderall การอำนวยความสะดวกในการนัดพบผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว และข้ออ้างเรื่องการลอบส่งยาปฏิชีวนะแก่เมลินดา
ในร่างอีเมลฉบับเดียวกัน เอปสตีนยังระบุว่าเขาตัดสินใจลาออกจากบทบาทที่ทำร่วมกับมูลนิธิเกตส์และ bgC3 หรือ Gates Ventures ในปัจจุบัน เพราะเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งรุนแรงในชีวิตสมรสของบิลและเมลินดา พร้อมทิ้งท้ายข้อความในลักษณะพยายามแสดงความใกล้ชิดว่า ยังคงเคารพเพื่อนรักที่คบกันมานาน 7 ปี และขอให้ทั้งคู่โชคดี
โฆษกของบิล เกตส์ ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ข้อกล่าวหาเหล่านี้ไร้สาระและเป็นเท็จโดยสิ้นเชิง และเอกสารดังกล่าวสะท้อนเพียงความคับแค้นใจของเอปสตีนที่ไม่มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกับเกตส์เท่านั้น
ด้านเมลินดา เฟรนช์ เกตส์ อดีตภรรยาซึ่งหย่าร้างกันไปในปี 2564 ให้สัมภาษณ์ผ่านพอดแคสต์ “Wild Card” ของ NPR ว่า ข้อมูลที่ถูกเปิดเผยสะท้อนถึงช่วงเวลาที่เจ็บปวดอย่างยิ่งในชีวิตสมรส พร้อมย้ำว่ารายละเอียดเหล่านี้คือความจริงที่สังคมต้องเผชิญ และอดีตสามีต้องเป็นผู้ตอบคำถามต่อสังคมด้วยตนเอง
เมลินดายังกล่าวว่า เธอรู้สึกเศร้าอย่างมากเมื่อนึกถึงเหยื่อที่เป็นเด็กสาว และเมื่อทราบข่าวข้ออ้างเรื่องการลอบส่งยาให้เธอ ก็รู้สึกสลดใจอย่างเหลือเชื่อ พร้อมยืนยันว่าปัจจุบันได้ก้าวข้ามชีวิตคู่ที่เต็มไปด้วยความเน่าเฟะมาแล้ว และมีความสุขกับชีวิตใหม่
ประเด็นนี้ยังลุกลามไปถึงแวดวงการเมือง เมื่อแนนซี เมซ สส. พรรครีพับลิกัน ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเอ็กซ์ สนับสนุนจุดยืนของเมลินดา และเรียกร้องให้ เจมส์ โคเมอร์ ประธานคณะกรรมาธิการตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎร ออกหมายเรียกบิล เกตส์ มาให้ปากคำเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับเอปสตีน
#BillGates #JeffreyEpstein #ไฟล์ลับDOJ #ข่าวต่างประเทศ #มหาเศรษฐีโลก #ดราม่าฮอลลีวูด #คดีอื้อฉาว #SEOnews







