ต่างประเทศ

ช็อกสื่อมะกัน! "วอชิงตันโพสต์" เลย์ออฟพนักงานฟ้าผ่า 1 ใน 3 เซ่นพิษ AI ทำยอดผู้อ่านดิ่งหนัก

แชร์ข่าว

ช็อกวงการสื่อสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 หนังสือพิมพ์ “เดอะ วอชิงตัน โพสต์” (The Washington Post) สื่อทรงอิทธิพลระดับโลก ประกาศปลดพนักงานครั้งใหญ่ถึง 1 ใน 3 ของพนักงานทั้งหมด เมื่อวันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ โดยมุ่งเป้าไปที่แผนกข่าวต่างประเทศ ข่าวท้องถิ่น และข่าวกีฬา ท่ามกลางกระแสตั้งคำถามอย่างหนักต่อทิศทางองค์กร หลังบรรณาธิการบริหารชี้จำเป็นต้องทำเพื่อความอยู่รอดในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะที่อดีตผู้บริหารระดับสูงและพนักงานจำนวนมากมองว่า นี่คือ “วันมืดมนที่สุด” ขององค์กรข่าวระดับตำนาน พร้อมพาดพิงถึงบทบาทของ เจฟฟ์ เบซอส มหาเศรษฐีเจ้าของกิจการ ที่ถูกกล่าวหาว่ากำลังทำลายจุดยืนของสื่อเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ

แมตต์ เมอร์เรย์ บรรณาธิการบริหารของวอชิงตันโพสต์ ส่งบันทึกภายในถึงพนักงาน ระบุว่า การตัดสินใจครั้งนี้เป็นเรื่องที่ “เจ็บปวดอย่างยิ่ง” แต่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หากองค์กรต้องการสร้าง “เสถียรภาพ” และยืนหยัดต่อไปได้ในระยะยาว โดยให้เหตุผลว่า ยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ของวอชิงตันโพสต์ปรับลดลงต่อเนื่องตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อันเป็นผลจากการแข่งขันที่รุนแรงของเทคโนโลยี AI รวมถึงโมเดลธุรกิจสื่อที่เขามองว่ายังคง “ติดอยู่กับโครงสร้างแบบเดิม”

เมอร์เรย์ย้ำว่า หากวอชิงตันโพสต์ต้องการกลับมาเติบโต ไม่ใช่เพียงแค่ประคองตัวให้อยู่รอด จำเป็นต้องยกเครื่องทั้งกระบวนการทำข่าวและโมเดลธุรกิจใหม่อย่างจริงจัง พร้อมยอมรับว่า ที่ผ่านมาองค์กรอาจผลิตเนื้อหาจากมุมมองเดิมซ้ำ ๆ เพื่อตอบสนองกลุ่มผู้อ่านบางกลุ่มมากเกินไป จนไม่สามารถขยายฐานผู้อ่านในวงกว้างได้

อย่างไรก็ตาม การประกาศเลย์ออฟครั้งนี้จุดชนวนกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากพนักงานและอดีตผู้บริหาร โดยสหภาพแรงงานวอชิงตันโพสต์ (Washington Post Guild) ออกแถลงการณ์ตอบโต้ทันที ระบุว่า การปลดพนักงานจำนวนมากไม่ใช่ทางออกของปัญหา แต่จะยิ่งทำให้หนังสือพิมพ์อ่อนแอลง ขับไล่ผู้อ่าน และบ่อนทำลายพันธกิจด้านวารสารศาสตร์ที่องค์กรยึดถือมาอย่างยาวนาน

นักข่าวสายต่างประเทศหลายรายยังออกมาแสดงความไม่พอใจผ่านโซเชียลมีเดีย โดยอดีตหัวหน้าสำนักงานข่าวประจำกรุงไคโร เปิดเผยว่า เธอถูกปลดพร้อมทีมข่าวตะวันออกกลางทั้งหมด ขณะที่นักข่าวประจำยูเครนระบุว่า ต้องสูญเสียงานในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังเผชิญสงครามอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงผลกระทบด้านมนุษยธรรมและความรู้สึกสิ้นหวังของผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยง

หนึ่งในเสียงวิจารณ์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดมาจาก มาร์ตี บารอน อดีตบรรณาธิการบริหารผู้เคยนำพาวอชิงตันโพสต์ผ่านช่วงวิกฤตการเมืองในสมัยแรกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยบารอนกล่าวว่า วันดังกล่าวคือ “หนึ่งในวันที่มืดมนที่สุดในประวัติศาสตร์ของหนึ่งในองค์กรข่าวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก”

บารอนยังวิพากษ์ไปถึง เจฟฟ์ เบซอส มหาเศรษฐีเจ้าของบริษัทอะเมซอน (Amazon) ซึ่งเข้าซื้อกิจการวอชิงตันโพสต์ตั้งแต่ปี 2556 โดยระบุว่า ในอดีตเบซอสเคยกล่าวถึงความสำคัญของเสรีภาพสื่อและบทบาทของสื่อมวลชนได้อย่างสง่างามและทรงพลัง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้กลับไม่สะท้อนจิตวิญญาณนั้นอีกต่อไป

นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งมองว่า วิกฤตครั้งล่าสุดเป็นผลพวงต่อเนื่องจากเหตุการณ์ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2567 เมื่อเบซอสมีคำสั่งระงับการประกาศสนับสนุนผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งถือเป็นการแหกธรรมเนียมที่วอชิงตันโพสต์ปฏิบัติมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ ส่งผลให้สมาชิกดิจิทัลจำนวนมากแสดงความไม่พอใจด้วยการยกเลิกการสมัครรับข้อมูลไปนับหมื่นราย

สถานการณ์ของวอชิงตันโพสต์ในเวลานี้ยังถูกนำไปเปรียบเทียบกับคู่แข่งสำคัญอย่าง “เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส” (The New York Times) ซึ่งเพิ่งรายงานผลประกอบการว่า ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 สามารถเพิ่มสมาชิกดิจิทัลได้ถึง 450,000 ราย ตอกย้ำความแตกต่างด้านทิศทางการปรับตัวของสององค์กรข่าวยักษ์ใหญ่

ความเคลื่อนไหวทั้งหมดสะท้อนภาพความล้มเหลวในการสร้างสมดุลระหว่างธุรกิจและอุดมการณ์สื่อ ภายใต้การบริหารของเจ้าของกิจการที่ยึดแนวคิด “เสรีภาพส่วนบุคคลและกลไกตลาด” เป็นศูนย์กลาง จนทำให้วอชิงตันโพสต์ถูกตั้งคำถามอย่างหนักว่า กำลังละทิ้งบทบาทการตรวจสอบอำนาจรัฐและการยืนหยัดเคียงข้างสาธารณชน ซึ่งเคยเป็นหัวใจสำคัญขององค์กรข่าวแห่งนี้หรือไม่

#WashingtonPost #เลย์ออฟสื่อ #วิกฤตสื่อโลก #ข่าวต่างประเทศ #AIกับวงการสื่อ #สื่อสหรัฐ #ข่าวเศรษฐกิจสื่อ #DigitalMedia #SEOnews

ข่าวแนะนำ