เมื่อวันที่ 21 ม.ค.2569 เดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดี เวเนซุเอลา เปิดเผยว่า รัฐบาลเวเนซุเอลาได้รับเงินจำนวน 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการที่สหรัฐอเมริกาขายน้ำมันดิบของเวเนซุเอลาในตลาดโลก ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของรายได้รวมที่คาดว่าจะอยู่ที่ราว 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเงินดังกล่าวจะถูกนำไปใช้เพื่อพยุงเสถียรภาพของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนภายในประเทศ
โรดริเกซ ระบุว่า เม็ดเงินดังกล่าวจะถูกจัดสรรผ่านทั้งธนาคารของรัฐและธนาคารเอกชน ภายใต้การประสานงานกับธนาคารกลางเวเนซุเอลา เพื่อเสริมสภาพคล่องและรักษาเสถียรภาพของตลาดเงินตราต่างประเทศ ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ประเทศกำลังเผชิญ
ด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ ได้นำน้ำมันออกจากเวเนซุเอลาปริมาณประมาณ 50 ล้านบาร์เรล และได้จำหน่ายน้ำมันบางส่วนในตลาดเสรี อย่างไรก็ตาม ข้อมูลด้านการขนส่งระบุว่า ปริมาณน้ำมันดังกล่าวยังไม่ได้มีการส่งออกออกนอกประเทศอย่างเป็นทางการ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเพิ่มเติมว่า เวเนซุเอลาถือครองแหล่งน้ำมันดิบชนิดหนักและมีปริมาณกำมะถันสูงมากถึงราว 300,000 ล้านบาร์เรล คิดเป็นเกือบ 1 ใน 5 ของปริมาณสำรองน้ำมันดิบทั่วโลก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในทรัพยากรพลังงานขนาดใหญ่ที่สุดของโลก
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังเมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2569 สหรัฐฯ ได้เปิดปฏิบัติการทางทหารจู่โจมในเวเนซุเอลา และควบคุมตัว นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา พร้อมภริยา ซึ่งปฏิบัติการดังกล่าวได้ก่อให้เกิดกระแสประณามอย่างรุนแรงจากนานาชาติ โดยหลายประเทศและนักวิเคราะห์เตือนว่า การใช้กำลังกับรัฐอธิปไตยอาจสร้างบรรทัดฐานที่อันตรายต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในระยะยาว
#เวเนซุเอลา #น้ำมันดิบ #สหรัฐอเมริกา #ค่าเงิน #เศรษฐกิจโลก #ข่าวต่างประเทศ







