เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2569 เอ้ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นเกี่ยวกับปฏิบัติการของสหรัฐอเมริกากับเวเนซุเอลากสหรัฐฯ เปรียบเทียบกับกัมพูชา ในหัวข้อ "เวเนซุเอลา กับ กัมพูชา ความหมายของอาชญากรรมข้ามชาติในมุมที่แตกต่าง ของ America Fierst" มีใจความว่า
"ภายใต้คำประกาศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดปฏิบัติการทางทหารใหญ่ในเวเนซุเอลา ส่งผลให้ นิโกลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลาและภรรยา ถูกจับกุมและนำออกนอกประเทศแล้วตามคำกล่าวของทรัมป์
เรื่องนี้มีความซับซ้อนสูง เพราะเกี่ยวพันทั้งกฎหมายระหว่างประเทศ ความมั่นคง และผลประโยชน์ทับซ้อน ผมขอวิเคราะห์เจาะลึกไปทีละข้อตามหลักรัฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ดังนี้
_______________________________________________
1. ผู้นำเวเนซุเอลา (นิโกลัส มาดูโร) ทำผิดอะไร?
ตามข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ ถูกตีกรอบให้เป็น "อาชญากรรม"
• การก่อการร้ายผ่านยาเสพติด: สหรัฐฯ กล่าวหาว่ามาดูโรใช้อำนาจรัฐแปลงประเทศให้เป็นทางผ่านและแหล่งพักยาเสพติด (โคเคน) เพื่อส่งเข้าสู่สหรัฐฯ โดยร่วมมือกับกลุ่มกบฏ FARC (ของโคลอมเบีย) ซึ่งสหรัฐฯ ตราหน้าว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย
• ภัยคุกคามความมั่นคง: สหรัฐฯ มองว่าระบอบของมาดูโรเปิดประตูให้ศัตรูของสหรัฐฯ (เช่น รัสเซีย อิหร่าน จีน) เข้ามามีอิทธิพลใน "หลังบ้าน" ของอเมริกา
_______________________________________________
2. ทำไมอเมริกามีสิทธิ์ไปจัดการภายในประเทศเวเนซุเอลา?
ในทางทฤษฎีตามกฎหมายระหว่างประเทศทั่วไป "ไม่มีสิทธิ์" แต่สหรัฐฯ อ้างสิทธิ์ผ่านกลไกและความเชื่อดังนี้:
• หลักการเขตอำนาจศาลนอกอาณาเขต: สหรัฐฯ มีกฎหมายที่ระบุว่า หากการกระทำผิดในต่างประเทศ (เช่น การค้ายา) ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพลเมืองสหรัฐฯ หรือความมั่นคงของสหรัฐฯ ทางการสหรัฐฯ สามารถดำเนินคดีได้ (เปรียบเหมือนมาดูโรเป็นหัวหน้าแก๊งค้ายาที่ส่งของเข้าอเมริกา)
• ลัทธิมอนโร: เป็นนโยบายต่างประเทศเก่าแก่ของสหรัฐฯ ที่ถือว่าทวีปอเมริกา (เหนือ-ใต้) คือเขตอิทธิพลของตน และจะไม่ยอมให้มหาอำนาจอื่นเข้ามาแทรกแซง หรือปล่อยให้มีภัยคุกคามในภูมิภาคนี้
• Responsibility to Protect (R2P - อ้างแบบฝ่ายเดียว): อ้างว่ารัฐบาลเวเนซุเอลาล้มเหลวในการดูแลประชาชน สหรัฐฯ จึงต้องเข้าไปจัดการ (แม้จริงๆ แล้ว R2P ควรต้องผ่านมติ UN ก็ตาม)
_______________________________________________
3. ถือว่าอเมริกาละเมิดอธิปไตยหรือไม่?
คำตอบคือ "ใช่"
• การใช้กองทัพบุกเข้าไปในดินแดนของรัฐอื่นและจับกุมผู้นำประเทศ โดยที่ประเทศนั้นไม่ได้ประกาศสงครามด้วย ถือเป็นการละเมิดอธิปไตย อย่างชัดเจนที่สุด
• นี่คือเหตุผลที่จีน (และรัสเซีย) ออกมาประณาม เพราะจีนยึดถือหลักการ "ไม่แทรกแซงกิจการภายใน" หากยอมรับเรื่องนี้ ต่อไปมหาอำนาจจะบุกประเทศไหนก็ได้โดยอ้างเหตุผลภายใน
• สหรัฐฯ เลี่ยงบาลีด้วยการบอกว่า นี่ไม่ใช่สงครามระหว่างรัฐ แต่เป็น "ปฏิบัติการจับกุมอาชญากรข้ามชาติ"
_______________________________________________
4. การให้บริษัทน้ำมันสหรัฐฯ เข้าไปจัดการ เป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือ?
ประเด็นนี้เป็นจุดที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดว่าคือ "ความฉ้อฉล" หรือ "ลัทธิล่าอาณานิคมยุคใหม่"
• ข้ออ้างของสหรัฐฯ: อ้างว่าเป็นการ "ชดเชย" ที่ในอดีตรัฐบาลเวเนซุเอลายึดกิจการของบริษัทน้ำมันต่างชาติไปเป็นของรัฐ และต้องการฟื้นฟูการผลิตน้ำมันที่พังทลายลง
• ความเป็นจริง: เวเนซุเอลามีปริมาณน้ำมันสำรองที่พิสูจน์แล้ว มากที่สุดในโลก (มากกว่าซาอุฯ) การที่สหรัฐฯ เข้าควบคุมทรัพยากรนี้ เท่ากับเป็นการคุมเส้นเลือดใหญ่ทางพลังงาน และสร้างกำไรมหาศาลให้เอกชนสหรัฐฯ
• มุมมองคนนอก: นี่คือการแสวงหาผลประโยชน์ อย่างชัดเจน ภายใต้หน้ากากของการ "กอบกู้ประเทศ"
_______________________________________________
5. ฝ่ายสหรัฐฯ อ้างว่านี่คือ “อาชญากรรมข้ามชาติ” ที่ส่งผลต่อความมั่นคงภายในประเทศของสหรัฐฯ แล้วเปรียบเทียบกับกรณีกัมพูชา ก็เป็นประเทศสแกรมเมอร์ที่เป็นอาชญากรรมข้ามชาติ ทำไมอเมริกากลับสนับสนุนจนดูเหมือนเข้าข้างเขมรมากกว่าไทย
สหรัฐฯ “สองมาตรฐาน” ไหม?
คำตอบที่ตรงที่สุดคือ
ใช่ในเชิงนโยบาย
ไม่ใช่ในเชิงเหตุผลทางยุทธศาสตร์
สหรัฐฯ เลือกใช้หลักการหนึ่งกับกรณีหนึ่ง แต่เหมือนใช้หลักอีกแบบเมื่อเปลี่ยนประเทศ คู่เทียบระหว่างเวเนซุเอลากับกัมพูชาทำให้เห็นชัดว่า หลักการกับอำนาจผลประโยชน์ไม่เคยเดินเป็นเส้นตรงเดียวกัน
นี่คือตัวอย่างที่ดีที่สุดของคำว่า "Realpolitik" (การเมืองที่เน้นผลประโยชน์และความเป็นจริง ไม่ใช่เน้นศีลธรรม)
สหรัฐฯ บอกว่า “ความเสียหายเกิดกับตัวเราเอง”
เวเนซุเอลาคือความท้าทายเชิงอุดมการณ์และยุทธศาสตร์
กัมพูชาคือชิ้นเบี้ยในเกมใหญ่จีน–สหรัฐฯ
_______________________________________________
5.1) ขนาดของผลประโยชน์ (น้ำมัน vs แก๊งคอลเซ็นเตอร์):
• เวเนซุเอลามี น้ำมัน ซึ่งเป็นยุทธปัจจัยระดับโลก
• กัมพูชาไม่มีทรัพยากรที่สหรัฐฯ ต้องการในระดับวิกฤต แก๊งสแกมเมอร์สร้างความรำคาญและความเสียหายทางการเงิน แต่ไม่ได้คุกคาม "ความมั่นคงแห่งรัฐ" ของอเมริกาในระดับเดียวกับยาเสพติดหรือขีปนาวุธ
5.2) ภูมิรัฐศาสตร์ และจีน
• เวเนซุเอลา: อยู่หลังบ้านอเมริกา สหรัฐฯ ต้องการกำจัดอิทธิพลจีน/รัสเซียออกไปให้หมด
• กัมพูชา: เป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นของจีนในอาเซียน สหรัฐฯ "ไม่กล้า" ทำรุนแรงกับกัมพูชา เพราะกลัวว่าจะยิ่งผลักกัมพูชาไปสู่อ้อมอกจีนแบบถาวร สหรัฐฯ จึงใช้วิธี "ประนีประนอม" หรือพยายามดึงมาเป็นพวกมากกว่าจะใช้ไม้แข็ง
• กรณีไทย-กัมพูชา: หากไทยรบกับกัมพูชา ภูมิภาคนี้จะวุ่นวาย ซึ่งจะเปิดช่องให้จีนส่งทหารหรือความช่วยเหลือเข้ามาในกัมพูชาได้มากขึ้น สหรัฐฯ จึงต้องการให้ "หยุดรบ" เพื่อรักษาสถานะเดิม ไม่ให้จีนขยายอิทธิพลทางการทหารผ่านความขัดแย้งนี้ครับ
5.3 ความชอบธรรมในการอ้าง
• Scammer ในเขมร ส่วนใหญ่เหยื่อเป็นคนเอเชีย (ไทย จีน) ผลกระทบต่อคนอเมริกันโดยตรงมีน้อยกว่ายาโคเคนที่ทะลักเข้าอเมริกา สหรัฐฯ จึงไม่รู้สึกว่าต้องทุ่มทรัพยากรมาปราบปรามแบบแตกหัก
_______________________________________________
6. สรุป: สหรัฐฯ ไม่ได้ทำเพื่อความถูกต้องทางศีลธรรม เป็นหลัก แต่ทำเพื่อ ผลประโยชน์แห่งชาติ"
#เอ้ดดี้อัษฎางค์ #โดนัลทรัมป์ #สหรัฐอเมริกา #กัมพูชา








