วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท กองกำลังนเรศวร จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภายใต้การสั่งการของ พ.อ.ยอดชาย พวงวรินทร์ ผู้บังคับหน่วย ได้มอบหมายให้ พ.อ.ยุทธวีร์ ปุ๊ดหน่อย รองผู้บังคับหน่วย นำกำลังร่วมบูรณาการกับหน่วยงานความมั่นคงและฝ่ายปกครองในพื้นที่ ทั้งศุลกากร อุตสาหกรรมจังหวัด พาณิชย์จังหวัด สาธารณสุข ตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน ร้อย ตชด.336 สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน กองพิสูจน์หลักฐาน รวมถึงชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัด และ กอ.รมน.แม่ฮ่องสอน เข้าตรวจสอบสินค้าต้องสงสัยประเภท “น้ำยาปริศนา” ภายในบริษัทขนส่งสินค้าเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสายเลี่ยงเมือง ตำบลปางหมู อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน หลังได้รับข้อมูลเบาะแสว่ามีสินค้าลักษณะผิดปกติตกค้างอยู่ในระบบขนส่ง
การเข้าตรวจสอบครั้งนี้สืบเนื่องจากการแจ้งข้อมูลของนางยิ้ม (ไม่ทราบนามสกุล) ซึ่งระบุว่ายังมีสินค้าล็อตเดียวกันตกค้างอยู่ภายในคลังสินค้าของบริษัทขนส่งอีกจำนวน 50 กล่อง เจ้าหน้าที่จึงเร่งเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่าเป็นสินค้าบรรจุในกล่องกระดาษ ภายในเป็นขวดพลาสติกสีชา ขนาด 850 ซีซี รวมทั้งหมดประมาณ 1,000 ขวด คิดเป็นปริมาณรวมราว 850 ลิตร สภาพสินค้าถูกแพ็กอย่างมิดชิดและมีฉลากระบุข้อมูลสินค้าอย่างเป็นทางการ
จากการตรวจสอบเบื้องต้นโดยการสุ่มตัวอย่างและใช้ชุดทดสอบสารเสพติดอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ไม่พบสารเสพติดหรือสารต้องห้ามในน้ำยาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ลักษณะของสินค้าและบรรจุภัณฑ์ทำให้เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตว่าอาจถูกใช้เป็น “สิ่งอำพราง” ในการลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการใช้เป็นน้ำยาหัวเชื้อแต่งกลิ่นขนมหวาน พร้อมฉลากสินค้าระบุเป็นวัตถุแต่งกลิ่นสังเคราะห์ มีตราสินค้าเป็นรูป “ลิง” และมีทั้งภาษาไทยและภาษาจีน โดยใช้ชื่อผลิตภัณฑ์ว่า “ดอกไม้”
จากการตรวจสอบเอกสารการขนส่ง พบว่าสินค้าทั้งหมดถูกส่งมาจากพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยผู้ส่งรายเดียวกัน และมีปลายทางมายังจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนติดประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่พบว่ารูปแบบการขนส่งมีลักษณะเป็นขบวนการต่อเนื่อง ไม่ใช่การส่งสินค้าแบบครั้งเดียวจบ
ด้านนางยิ้ม ผู้รับจ้างขนส่งสินค้า ให้ข้อมูลว่า เธอได้รับการติดต่อจากหญิงชาวเมียนมา ชื่อ “นางนวล” ซึ่งอาศัยอยู่บริเวณบ้านหัวเมือง โดยว่าจ้างให้ไปรับสินค้าที่บริษัทขนส่งในพื้นที่ โดยอ้างว่าเป็น “ขนมและของใช้ทั่วไป” พร้อมเสนอค่าจ้างเที่ยวละ 1,500 บาท และมีการว่าจ้างอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง เมื่อสินค้ามาถึงจะมีคนของฝั่งผู้ว่าจ้างมารับต่ออีกทอดหนึ่งเพื่อนำข้ามชายแดนไปยังประเทศเมียนมา
จากการรวบรวมข้อมูลย้อนหลัง เจ้าหน้าที่พบว่า สินค้าประเภทน้ำยาปริศนานี้มีการลำเลียงเข้าพื้นที่แม่ฮ่องสอนหลายรอบอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ วันที่ 30 มีนาคม 2569 จำนวน 50 กล่อง, วันที่ 2 เมษายน 2569 จำนวน 50 กล่อง, วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 จำนวน 100 กล่อง, วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 จำนวน 50 กล่อง และล่าสุดวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 อีก 50 กล่อง รวมแล้วมากกว่า 200 กล่อง โดยบางส่วนมีหลักฐานว่าถูกลำเลียงผ่านจุดตรวจชายแดนของไทยเข้าสู่ฝั่งประเทศเมียนมาแล้ว
เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ขบวนการดังกล่าวอาจมีการใช้สินค้าประเภทน้ำยาหรือสารเคมีเป็น “ตัวบังหน้า” ในการอำพรางการลักลอบขนส่งยาเสพติด หรือสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติด โดยอาศัยรูปแบบสินค้าที่ดูเป็นของทั่วไปเพื่อลดการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตามแนวชายแดน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะนำของกลางทั้งหมดส่งตรวจพิสูจน์ทางห้องปฏิบัติการ (แล็บ) อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อยืนยันองค์ประกอบทางเคมีที่แท้จริง พร้อมทั้งเร่งขยายผลเส้นทางการเงิน ผู้ส่ง ผู้รับ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวดต่อไป








