คุยเฟื่องเรื่องต่างประเทศ/ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย
แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมีการเข้าไปพบปะกันระหว่าง “ว่าที่นายกเทศมนตรีโซห์ราน มัมดานี” วัย 34 ปี กับ “ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” จนกลายเป็นข่าวฮือฮาพาดหัวไปทั่วโลกเมื่อวันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2025 ที่เพิ่งผ่านมานี้ โดยประธานาธิบดีทรัมป์ได้เชิญเขาเข้าไปพูดคุยพบปะกันที่ “ห้องทำงานรูปไข่” ในทำเนียบขาว
แทบไม่น่าเชื่ออีกว่า ก่อนหน้านี้ครั้งที่โซห์ราน มัมดานีกำลังหาเสียงเพื่อแข่งขันเลือกตั้งในตำแหน่งนายกเทศมนตรีของนครนิวยอร์ก เขาและประธานาธิบดีทรัมป์เคยเป็นศัตรูคู่อริวิพากษ์วิจารณ์โจมตีอย่างหนัก แบบไม่ไว้หน้าอินทร์ หน้าพรหม หรือหน้าพระศิวะ กันเลยทีเดียว! และยังปรากฏให้เห็นบ่อย ๆ ในขณะที่โซห์ราน มัมดานีกำลังหาเสียงอยู่นั้น เขาก็ได้กล่าวโจมตีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์อยู่เสมอ ๆ ว่า “ทรัมป์คือจอมเผด็จการฮิตเลอร์แห่งสหรัฐอเมริกา”, “ทรัมป์เป็นผู้มีพิษสง และกำลังจะนำผู้คนชนชั้นแรงงานผิวขาวก้าวเข้าไปสู่ความมืดมน” และเขาก็ยังเอ่ยวิจารณ์ต่อไปอีกในทำนองที่ว่า “ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่แคร์และไม่สนใจใยดีต่อประชาชนคนอเมริกัน”
และในทางกลับกันขณะที่พบปะกับโซห์ราน มัมดานี ณ ทำเนียบขาวอยู่นั้น ปรากฏว่าประธานาธิบดีทรัมป์ได้ออกมากล่าวเหมือนไม่เคยมีความแค้นเคืองต่อกันเลยว่า “มีความประทับใจต่อโซห์ราน มัมดานีเป็นอย่างมาก” จนมีผลทำให้บรรดาผู้สื่อข่าวที่เข้าไปทำข่าวในวันนั้นต่างมีอาการตกตะลึงพรึงเพริด โดยวันนั้นประธานาธิบดีทรัมป์ได้หยอดคำหวานราวกับน้ำผึ้งเดือนห้ากล่าวชื่นชมต่อโซห์ราน มัมดานีว่า “ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่าเขาจะเป็นนายกเทศมนตรีที่สามารถสร้างผลงานได้เป็นอย่างดีต่อชาวนิวยอร์ก” อนึ่งเมื่อสามเดือนก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีทรัมป์ เคยออกมาประกาศข่มขู่ว่า “จะทำการเนรเทศ โซห์ราน มัมดานี เพราะเกิดที่ประเทศยูกันดา และเข้าสหรัฐฯ อย่างผิดกฎหมาย” ด้วยซ้ำไป แถมประธานาธิบดีทรัมป์ยังกล่าวโจมตีต่อโซห์ราน มัมดานีว่า “เป็นคอมมิวนิสต์” โดยเขาได้หันไปสนับสนุน “อดีตผู้ว่ารัฐนิวยอร์กแอนดรูว์ คูโอโม” ซึ่งเป็นคู่แข่งในการเลือกตั้งแทน การปรับเปลี่ยนท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์ที่มีต่อโซห์ราน มัมดานี ในครั้งนี้ หมุนกลับตาลปัตร 360 องศา แบบหน้ามือเป็นหลังเท้าเลยทีเดียว!
อนึ่งหลังจากว่าที่นายกเทศมนตรีโซห์ราน มัมดานีเข้าพบปะกับประธานาธิบดีทรัมป์ ที่เป็นข่าวเกรียวกราวดังไปทั่วโลกแล้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเขาก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวชื่อดังของสถานีโทรทัศน์ช่องเอ็นบีซี ในรายการ “Meet the Press” โดยโซห์ราน มัมดานียังคงประกาศยืนกรานต่อจุดยืนเดิมที่มิมีการเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อยว่า “ประธานาธิบดีทรัมป์เป็นนักการเมืองหัวอนุรักษ์นิยมแบบชิดขวาจนตกขอบ แถมยังเป็นจอมเผด็จการ” โดยโซห์ราน มัมดานี กล่าวต่อไปว่า “ผมเคยพูดอย่างไรเกี่ยวกับประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อในอดีต ผมก็ยังคงเชื่อและจะพูดเหมือนเดิมอย่างนั้นทุก ๆ ครั้ง อย่างไม่มีการเปลี่ยนแปลง” แถมเขายังได้กล่าวเพิ่มเติมต่อไปอีกว่า “ประธานาธิบดีทรัมป์คือผู้ที่ต่อต้านระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง” และแทบไม่น่าเชื่อว่า เมื่อวันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน 2025 ที่ผ่านมา ผลการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีของมหานครนิวยอร์กปรากฏออกมาว่า โซห์ราน มัมดานีได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย!
อย่างไรก็ตามเมื่อวันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2025 ที่เพิ่งผ่านมานี้ สภาผู้แทนฯ ของสหรัฐฯ ได้ออกมากล่าวประณามเปรย ๆ ต่อระบอบสังคมนิยม และถึงแม้ว่าจะไม่ได้กล่าวพาดพิงถึงโซห์ราน มัมดานีแบบตรงไปตรงมาก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าจะพูดอ้อม ๆ แบบตีวัวกระทบคราด และยังเป็นที่สังเกตว่ามีสมาชิกพรรคเดโมแครตเข้าร่วมอยู่ในการกล่าวโจมตีครั้งนี้ด้วย
คราวนี้ผมขอวกกลับไปนำเสนอถึงชีวประวัติพื้นเพของ “ว่าที่นายกเทศมนตรีโซห์ราน มัมดานี” แห่งมหานครนิวยอร์กกันดูบ้าง
โซห์ราน มัมดานีเกิดที่ประเทศยูกันดา โดยครอบครัวดำรงอาชีพด้วยการเป็นผู้สร้างภาพยนตร์ และหลังจากครอบครัวของเขาอยู่ที่แอฟริกาใต้ได้เพียงสามปี ครอบครัวของเขาก็ตัดสินใจย้ายไปพำนักยังนครนิวยอร์ก เมื่อตอนที่เขาอายุแค่เพียง 7 ขวบ โซห์ราน มัมดานีสามารถพูดได้ถึง 6 ภาษา โดยที่ผ่านมาเขาศึกษาที่ “วิทยาลัย Bodoin” ที่แม้ว่าจะเป็นวิทยาลัยขนาดเล็กก็ตาม แต่เป็นสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงมากทีเดียว
เมื่อจบการศึกษาแล้ว โซห์ราน มัมดานีผันตัวไปยึดอาชีพเป็นนักดนตรี แต่ต่อมาเขาตัดสินใจก้าวเข้าไปอยู่ในแวดวงการเมืองจนได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกผู้แทนฯ ของรัฐนิวยอร์กเมื่อปี ค.ศ. 2020 โดยเขาได้รับเลือกในตำแหน่งนี้ติดต่อกันมาโดยตลอดแบบไม่มีคู่แข่ง และในเดือนตุลาคม ปี ค.ศ. 2025 โซห์ราน มัมดานีก็ได้ออกมาประกาศว่าจะลงแข่งขันเลือกตั้งในตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก จนเขาสามารถได้รับชัยชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย นั่นเอง
ชีวิตในครอบครัวของโซห์ราน มัมดานี แต่งงานกับ “รามา ดูวาจิ” สาวสวยผู้ยึดอาชีพศิลปิน โดยบิดาและมารดาของเธอเป็นชาวซีเรีย
กล่าวโดยสรุปทั้งนี้และทั้งนี้หากจะวิเคราะห์กันแล้ว ดูประหนึ่งว่า “ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” จะเป็นนักการเมืองที่มีความคิดที่แสนจะสลับซับซ้อนมากเหลือเกิน แบบที่ใครก็ไม่สามารถจะเดาใจของเขาได้ แต่เมื่อลองคิดในอีกแง่มุมหนึ่งเขาอาจจะไม่ต้องการเป็นศัตรูกับนักการเมืองแห่งนครนิวยอร์ก ที่เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกาก็เป็นไปได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่าที่ผ่าน ๆ มา เขาไม่เคยเป็นพันธมิตรกับนักการเมืองคนใด ๆ ได้อย่างยั่งยืนถาวรเลยแม้แต่คนเดียว ซึ่งการที่เขาหันไปกล่าวคำหวานสร้างพันธมิตรอันดีต่อ “ว่าที่นายกเทศมนตรีโซห์ราน มัมดานี” ในครั้งนี้ อาจจะมีนัยยะแอบแฝงซ่อนเร้น และอาจจะเป็นเพียงมิตรภาพชั่วครั้งชั่วคราว ที่อาจจะกลับกลายเป็นศัตรูกันได้ทุก ๆ เมื่อ แบบเชื่อขนมผมกินได้เลยละครับ!







