“ทรัมป์” จ่อถอนสถานะคุ้มครองชาวเมียนมาชั่วคราว ท่ามกลางเสียงวิจารณ์สิทธิมนุษยชน อ้างเลือกตั้งชี้สถานการณ์ดีขึ้น
รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน เตรียมยกเลิกสถานะคุ้มครองชั่วคราว (Temporary Protected Status: TPS) สำหรับพลเมืองเมียนมาที่พำนักอยู่ในสหรัฐ โดยให้เหตุผลว่า สถานการณ์ในเมียนมามีแนวโน้มดีขึ้น และประชาชนสามารถเดินทางกลับประเทศได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น
คริสตี โนเอม รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิ (DHS) ระบุว่า หลังจากหารือกับหน่วยงานรัฐบาลหลายแห่งแล้ว เห็นว่าสถานะ TPS สำหรับชาวเมียนมาไม่จำเป็นอีกต่อไป เนื่องจากรัฐบาลทหารเมียนมากำลังเดินหน้าแผนจัดการเลือกตั้ง และได้ยุติสถานการณ์ฉุกเฉินในบางพื้นที่ รวมถึงมีความคืบหน้าในการเจรจาหยุดยิงกับกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธ
โนเอมระบุเพิ่มเติมว่า การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการทำให้สถานะ TPS กลับสู่เจตนารมณ์ดั้งเดิม ซึ่งเป็นมาตรการคุ้มครอง “ชั่วคราว” เท่านั้น โดยชี้ว่าเมียนมามีพัฒนาการด้านธรรมาภิบาล เสถียรภาพทางการเมือง และการบริหารท้องถิ่นดีขึ้น พร้อมยกผลงานการจัดการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงว่าเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อสถานการณ์โดยรวม
ภายใต้การตัดสินใจดังกล่าว สถานะ TPS ของชาวเมียนมาประมาณ 4,000 คน จะหมดอายุลงในวันที่ 26 มกราคมนี้ ทำให้หลายฝ่ายแสดงความกังวลต่อความปลอดภัยของผู้ที่อาจถูกบังคับให้เดินทางกลับประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ยังคงดำเนินอยู่
องค์กรระหว่างประเทศ รวมถึงสหประชาชาติ ระบุว่า การเลือกตั้งที่รัฐบาลทหารเมียนมาวางแผนจัดขึ้นในช่วงปลายปีนี้ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างเสรีและเป็นธรรม เนื่องจากมีการแบนพรรคฝ่ายค้านหลายพรรค ขณะที่นางออง ซาน ซูจี อดีตผู้นำรัฐบาลพลเรือน ยังคงถูกคุมขัง
จอห์น ซิฟตัน ผู้อำนวยการฝ่ายรณรงค์เอเชียขององค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ เห็นว่า เหตุผลของรัฐบาลสหรัฐขัดแย้งกับข้อเท็จจริงในพื้นที่ โดยระบุว่า สถานการณ์ในเมียนมายังไม่มีพัฒนาการในเชิงบวก ทั้งด้านเสถียรภาพและการปกครอง และการเลือกตั้งเป็นเพียง “การจัดฉาก” เพื่อสร้างภาพลวงตาความชอบธรรมให้รัฐบาลทหาร
ท่าทีของรัฐบาลสหรัฐยังแตกต่างจากแนวคิดของสมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วน เช่น ยอง คิม ประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎรด้านเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ที่ระบุว่า การเลือกตั้งของรัฐบาลทหารเมียนมานั้นเป็นเพียงเครื่องมือสร้างความชอบธรรมเทียม และไม่สะท้อนเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง
ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยังคงเตือนพลเมืองอเมริกันไม่ให้เดินทางไปเมียนมา เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบ ความขัดแย้งทางอาวุธ และการบังคับใช้กฎหมายตามอำเภอใจ
รายงานด้านสิทธิมนุษยชนล่าสุดของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในเมียนมายังคงเลวร้าย มีรายงานที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรม การทรมาน การบังคับสูญหาย การปราบปรามสื่อมวลชน และการจำกัดเสรีภาพทางศาสนา รวมถึงการโจมตีทางอากาศและระดมยิงใส่พื้นที่พลเรือนอย่างต่อเนื่อง
นโยบายยกเลิก TPS ของรัฐบาลทรัมป์เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางควบคุมและจำกัดผู้อพยพ ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการเพิกถอนสถานะคุ้มครองชั่วคราวกับพลเมืองจากหลายประเทศแล้วตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง







