ต่างประเทศ

ประเด็นข่าวรอบโลก (5 พ.ย.68) "ทรัมป์" ขู่ตัดเงินสวัสดิการอาหาร SNAP / หุ้น AI ดิ่ง-บิตคอยน์ร่วงหนัก / "ศาลฎีกา" จ่อไต่สวนคดีภาษี "ทรัมป์"

แชร์ข่าว

ในประเด็นข่าวสำคัญที่เกิดขึ้นทั่วโลกเมื่อวานนี้ (4 พ.ย.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ยืนยันจุดยืนว่า รัฐบาลของเขาจะ ระงับการสนับสนุนเงินทุนโครงการสวัสดิการอาหาร (SNAP) หรือโครงการแสตมป์อาหารสำหรับชาวอเมริกันที่ยากไร้กว่า 42 ล้านคน หากพรรคเดโมแครตยังคงไม่ให้ความร่วมมือในการผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว เพื่อยุติภาวะการปิดหน่วยงานรัฐบาล หรือ ชัตดาวน์ ที่กำลังเกิดขึ้น

ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า สิทธิประโยชน์ในโครงการ SNAP ที่เพิ่มขึ้นหลายพันล้านดอลลาร์ในช่วงสมัยประธานาธิบดีโจ ไบเดน (เนื่องจากการแจกจ่ายแบบสะเปะสะปะแทนที่จะให้กับผู้เดือดร้อนจริง) จะถูกมอบให้ต่อเมื่อพรรคเดโมแครตฝ่ายซ้ายสุดโต่งยอมเปิดรัฐบาลอีกครั้งเท่านั้น และจะไม่มีการมอบให้ก่อนที่เดโมแครตจะยอมทำตาม

ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังได้เรียกร้องให้พรรครีพับลิกันใช้ “ทางเลือกนิวเคลียร์” (Nuclear Option) เพื่อยกเลิกกติกา Filibuster ในวุฒิสภา ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่พรรคเดโมแครตใช้ในการถ่วงเวลาและขัดขวางการลงมติต่อร่างกฎหมายงบประมาณ โดยการชัตดาวน์ในครั้งนี้ได้ย่างเข้าสู่วันที่ 35 เมื่อวานนี้ (4 พ.ย.) เทียบเท่ากับสถิติยาวนานที่สุดเดิมที่เคยเกิดขึ้นในช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งสมัยแรก

ด้านความเคลื่อนไหวในตลาดการเงิน หุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่างดิ่งลงอย่างรุนแรง ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ท่ามกลางความกังวลอย่างหนักเกี่ยวกับ ภาวะฟองสบู่ ของหุ้นในธุรกิจ AI ส่งผลให้ตลาดหุ้นเอเชียเปิดปรับตัวลงในเช้าวันนี้ (5 พ.ย.) สอดคล้องกับทิศทางของวอลล์สตรีท

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ราคาหุ้น Palantir Technologies บริษัทซอฟต์แวร์ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ร่วงลงถึง 8% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาด แม้ว่าบริษัทจะรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ และให้แนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแกร่งจากการเติบโตของธุรกิจ AI ก็ตาม นักลงทุนเริ่มแสดงความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นที่แพงเกินจริง เนื่องจากรายงานของ FactSet ชี้ว่า การพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่ม AI ได้ผลักดันให้ค่า P/E ของดัชนี S&P 500 ขยับขึ้นเหนือระดับ 23 ซึ่งใกล้เคียงกับระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2543 ทำให้นักวิเคราะห์บางรายเตือนว่า มูลค่าหุ้นกำลังเริ่มสูงเกินไปหากไม่มีการปรับฐานลงบ้าง

ผลกระทบจากความกังวลฟองสบู่ AI นี้ ยังฉุดรั้งให้ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ ร่วงลงตาม โดย บิตคอยน์ร่วงลงเกือบ 5% ใกล้หลุดระดับ 101,000 ดอลลาร์เมื่อวานนี้ ขณะที่นักลงทุนพากันเทขายสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การร่วงลงในรอบนี้อาจฉุดให้ บิตคอยน์ ดิ่งลงหลุดระดับ 100,000 ดอลลาร์ได้ ณ เวลา 00.24 น. ตามเวลาไทย บิตคอยน์ร่วงลง 4.80% สู่ระดับ 101,488.02 ดอลลาร์ในการซื้อขายบนแพลตฟอร์ม Coin Metrics

ขณะเดียวกัน ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีกำหนดทำการไต่สวนในวันนี้ (5 พ.ย.) ต่อคดีสำคัญที่ว่า มาตรการเรียกเก็บ ภาษีศุลกากร ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หลังจากที่ศาลอุทธรณ์เคยมีคำวินิจฉัยให้เพิกถอนมาตรการภาษีศุลกากรส่วนใหญ่ของเขา โดยระบุว่าประธานาธิบดีทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตของกฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ปี 2520

ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินเตือนว่า หากศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ยกเลิกการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของทรัมป์ อาจทำให้ ตลาดการเงินเกิดความปั่นป่วนอย่างหนัก โดยเฉพาะตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ เนื่องจากรัฐบาลอาจต้องคืนเงินภาษีมากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ที่เก็บไปแล้ว และจะสูญเสียรายได้หลายแสนล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งภาษีที่เรียกเก็บตามกฎหมาย IEEPA ถือเป็นสัดส่วนใหญ่ที่ช่วยชดเชยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของรัฐบาล และช่วยให้การขาดดุลงบประมาณของสหรัฐฯ ลดลงสู่ระดับ 1.715 ล้านล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2568

นอกจากนี้ ตลาดพันธบัตรยังเผชิญความผันผวนจากภายนอก โดย นักลงทุนต่างชาติขายพันธบัตรรัฐบาลอินโดนีเซียอีกครั้งในเดือน ต.ค. มูลค่าสุทธิ 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้กระแสเงินทุนไหลออกในช่วงสองเดือนที่ผ่านมาเกิน 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนความกังวลต่อแผนการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น การขยายเพดานการขาดดุลงบประมาณ และความกังวลเรื่องความเป็นอิสระของธนาคารกลางและวินัยทางการคลัง หลังการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ข้อมูลและเหตุการณ์เศรษฐกิจสำคัญวันนี้ (5 พ.ย.)

เอเชีย: เกาหลีใต้เปิดเผยทุนสำรองเงินตราต่างประเทศเดือน ต.ค. / ออสเตรเลียเปิดเผยดัชนี PMI ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือน ต.ค. / ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยรายงานการประชุม / จีนเปิดเผยดัชนี PMI ภาคบริการเดือน ต.ค. / อินโดนีเซียเปิดเผย GDP ไตรมาส 3/2568 / สิงคโปร์เปิดเผยยอดค้าปลีกเดือน ก.ย.

ยุโรปและอียู: ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อียู และอังกฤษ เปิดเผยดัชนี PMI ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือน ต.ค.

สหรัฐฯ: เปิดเผยตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือน ต.ค.จาก ADP, ดัชนี PMI ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือน ต.ค., ดัชนีภาคบริการเดือน ต.ค.จาก ISM และสต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์จาก EIA

#ทรัมป์ #ชัตดาวน์ #หุ้นAI #บิตคอยน์ #ตลาดหุ้น #ศาลฎีกาสหรัฐ #SNAP #ฟองสบู่AI #การเมืองสหรัฐ #เศรษฐกิจโลก