ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงเกือบแตะระดับ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง หลังจากที่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันได้ปรับตัวลงจากระดับสูงเนื่องจากเทรดเดอร์เชื่อว่าหลายประเทศอาจจะระบายน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉินเพื่อลดผลกระทบจากการขาดแคลนอุปทาน
การสนทนาระหว่างผู้นำรัสเซียและอิหร่าน
เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยรัสเซียยืนยันจุดยืนในการสนับสนุนการลดความตึงเครียดและการแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจาทางการเมือง
สหรัฐฯ เตรียมโจมตีอิหร่าน
พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะทำการโจมตีอิหร่านอย่างหนักหน่วงที่สุด พร้อมยืนยันว่าอิหร่านกำลังพ่ายแพ้ในสงครามนี้และไม่สามารถยิงขีปนาวุธได้ตามที่พวกเขามีความสามารถ
สถานการณ์ในอิสราเอลและดูไบ
เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวเตือนว่าอิสราเอลยังไม่หยุดการโจมตีต่ออิหร่าน ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) แจ้งเตือนประชาชนในดูไบเกี่ยวกับภัยคุกคามจากขีปนาวุธและโดรนที่ยิงมาจากอิหร่าน
การประชุม G7 และมาตรการรับมือปัญหาพลังงาน
ในวันที่ 10 มี.ค. ที่ประชุมรัฐมนตรีพลังงานจากกลุ่มประเทศ G7 ได้หารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ แต่ไม่มีมติเกี่ยวกับการดำเนินการในขณะนี้ และมอบหมายให้สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประเมินสถานการณ์ก่อนที่จะดำเนินการ
ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ
ญี่ปุ่นเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนกุมภาพันธ์
เยอรมนีเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนกุมภาพันธ์
สหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนกุมภาพันธ์ และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA)
#ประเด็นข่าวรอบโลก #ราคาน้ำมัน #สงครามตะวันออกกลาง #ราคาน้ำมันดิบ #ปูติน #สหรัฐฯ #อิหร่าน #จี7 #การเมืองโลก #ข่าวเศรษฐกิจ








