เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568 เว็บไซต์ของทำเนียบขาวได้เผยแพร่รายละเอียดว่า สหรัฐอเมริกาและไทย ได้บรรลุกรอบข้อตกลงว่าด้วยการค้าต่างตอบแทน (Framework for an Agreement on Reciprocal Trade) เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระดับทวิภาคี ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้ส่งออกของทั้งสองประเทศสามารถเข้าถึงตลาดของกันและกันได้อย่างไม่เคยมีมาก่อน ข้อตกลงการค้าต่างตอบแทนฉบับนี้เป็นการสานต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่มีมายาวนานระหว่างสองประเทศ ตั้งแต่สนธิสัญญาไมตรี (Treaty of Amity) ระหว่างสหรัฐฯ และไทย ตลอดจนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯ และไทย ซึ่งลงนามเมื่อปี พ.ศ. 2509 และข้อตกลงว่าด้วยกรอบการค้าและการลงทุนระหว่างสหรัฐฯ และไทย ซึ่งลงนามเมื่อปี พ.ศ. 2545
เปิดเงื่อนไขสำคัญของกรอบข้อตกลงว่าด้วยการค้าต่างตอบแทนระหว่างสหรัฐฯ-ไทย:
ไทยจะยกเลิกการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ในอัตราประมาณ 99% ซึ่งครอบคลุมสินค้าอุตสาหกรรม อาหาร และผลิตภัณฑ์การเกษตรทุกประเภท
สหรัฐฯ จะคงอัตราภาษีต่างตอบแทนไว้ที่ 19% ตามที่กำหนดไว้ในคำสั่งฝ่ายบริหารเลขที่ 14257 ลงวันที่ 2 เมษายน 2568 สำหรับสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากไทย และจะระบุสินค้าจากรายการที่กำหนดไว้ในภาคผนวก III ของคำสั่งฝ่ายบริหารเลขที่ 14346 ลงวันที่ 5 กันยายน 2568 เพื่อเปิดโอกาสให้ไทยได้รับการพิจารณาอัตราภาษีศุลกากรต่างตอบแทนเป็นศูนย์
สหรัฐฯ และไทยจะร่วมมือกันเพื่อขจัดอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีศุลกากร (Non-Tariff Barriers - NTBs) ของไทยที่ส่งผลต่อการค้าทวิภาคี โดยไทยมุ่งมั่นแก้ไขอุปสรรคที่มีต่อการส่งออกของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงการยอมรับยานยนต์ที่ผลิตในสหรัฐฯ ตามมาตรฐานความปลอดภัยและการปล่อยมลพิษยานยนต์ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ การยอมรับใบรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) และออกใบอนุญาตทำการตลาดก่อนหน้า (Prior Marketing Authorizations) สำหรับเครื่องมือแพทย์และผลิตภัณฑ์ยา การออกใบอนุญาตนำเข้าเอทานอลจากสหรัฐฯ เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง การแก้ไขกฎหมายศุลกากรเพื่อยกเลิกระบบการให้รางวัลทางศุลกากรที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดและการลงโทษทางศุลกากร ตลอดจนการรับและบังคับใช้แนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแลที่ดี
ไทยจะจัดการและป้องกันสิ่งที่เป็นอุปสรรคต่ออาหารและสินค้าเกษตรของสหรัฐฯ ในตลาดไทย รวมทั้งการเร่งรัดอำนวยความสะดวกในการนำเข้าผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์และสัตว์ปีกที่ได้รับการรับรองจากสำนักตรวจสอบความปลอดภัยอาหารของสหรัฐฯ (FSIS) นอกจากนี้ ไทยจะดำเนินการแก้ไขอุปสรรคทางการค้า และสร้างความมั่นใจว่าข้อกำหนดที่กำหนดต่อผลิตภัณฑ์พืชสวนของสหรัฐฯ เป็นไปตามหลักวิทยาศาสตร์และการประเมินความเสี่ยง โดยไทยให้คำมั่นที่จะยอมรับใบรับรองที่ตกลงร่วมกันในปัจจุบัน ซึ่งออกโดยหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ
สหรัฐฯ และไทยจะสรุปข้อผูกพันที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิแรงงานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล รวมถึงการดำเนินการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้มั่นใจว่าสิทธิของแรงงานในด้านเสรีภาพการรวมกลุ่มและการเจรจาต่อรองร่วมกันนั้น ได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่ และการเสริมสร้างการบังคับใช้กฎหมายแรงงาน รวมถึงการจัดการกับการละเมิดในภาคส่วนที่มีความเสี่ยงสูงต่อการบังคับใช้แรงงานและแรงงานเด็ก
ไทยมุ่งมั่นที่จะนำมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในระดับสูงมาใช้ พร้อมทั้งบังคับใช้กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการดำเนินมาตรการเพื่อปราบปรามการค้าผลิตภัณฑ์จากป่าไม้ที่ได้มาอย่างผิดกฎหมาย การส่งเสริมเศรษฐกิจที่ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การยอมรับและปฏิบัติตามข้อตกลงขององค์การการค้าโลก (WTO) ว่าด้วยเงินอุดหนุนการประมงอย่างเต็มที่ และการปราบปรามการทำประมงที่ผิดกฎหมาย รวมทั้งการค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย
สหรัฐฯ และไทยจะสรุปข้อผูกพันว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ไทยมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาทรัพย์สินทางปัญญาที่มีมายาวนาน รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมายเพื่อปราบปรามการปลอมแปลงเครื่องหมายการค้าและการละเมิดลิขสิทธิ์ องค์กรบริหารจัดการส่วนรวมที่ดำเนินการโดยมิชอบ การหลีกเลี่ยงมาตรการคุ้มครองทางเทคโนโลยี และปัญหาคำขอสิทธิบัตรค้างพิจารณา
สหรัฐฯ และไทยจะสรุปข้อผูกพันของไทยในการแก้ไขอุปสรรคที่ส่งผลกระทบต่อการค้าดิจิทัล การบริการ และการลงทุน ไทยมุ่งมั่นที่จะงดเว้นการเรียกเก็บภาษีบริการดิจิทัลหรือมาตรการที่เลือกปฏิบัติต่อบริการดิจิทัลหรือผลิตภัณฑ์ดิจิทัลของสหรัฐฯ ตลอดจนสร้างความมั่นใจว่าการโอนถ่ายข้อมูลข้ามพรมแดนที่เชื่อถือได้เพื่อการประกอบธุรกิจเป็นไปอย่างเสรี สนับสนุนการระงับภาษีศุลกากรสำหรับการส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์อย่างถาวรที่องค์การการค้าโลก (WTO) งดเว้นการกำหนดโควตาการฉายภาพยนตร์ และผ่อนปรนข้อจำกัดการถือครองกรรมสิทธิ์ของชาวต่างชาติสำหรับการลงทุนของสหรัฐฯ ในภาคโทรคมนาคมของไทย
สหรัฐฯ และไทยจะเสริมความแข็งแกร่งด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจและความมั่นคงชาติ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานและนวัตกรรม ผ่านการดำเนินการที่สอดคล้องกันเพื่อจัดการกับการค้าที่ไม่เป็นธรรมของบุคคลที่สาม และร่วมมือกันในการควบคุมการส่งออก ความมั่นคงด้านการลงทุน และการต่อสู้กับการหลีกเลี่ยงภาษี
นอกจากนี้ สหรัฐฯ และไทยรับทราบถึงข้อตกลงทางการค้าที่จะเกิดขึ้นระหว่างบริษัทสหรัฐฯ และบริษัทไทยในภาคการเกษตร พลังงาน และการบิน ซึ่งรวมถึง:
การจัดซื้อผลิตภัณฑ์การเกษตร ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กากถั่วเหลือง และกากธัญพืช มูลค่าประมาณ 2.6 พันล้านดอลลาร์ต่อปี
การจัดซื้อผลิตภัณฑ์พลังงาน รวมถึงก๊าซธรรมชาติเหลว น้ำมันดิบ และอีเทน มูลค่าประมาณ 5.4 พันล้านดอลลาร์ต่อปี
การจัดซื้ออากาศยานจากสหรัฐฯ จำนวน 80 ลำ มูลค่ารวม 1.88 หมื่นล้านดอลลาร์
ทั้งนี้ เว็บไซต์ของทำเนียบขาวยังระบุด้วยว่า ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า สหรัฐฯ และไทยจะเจรจา และสรุปข้อตกลงว่าด้วยการค้าต่างตอบแทน เตรียมข้อตกลงสำหรับการลงนาม และดำเนินการตามพิธีการภายในประเทศก่อนที่ข้อตกลงจะมีผลบังคับใช้
#ข้อตกลงการค้าสหรัฐไทย #ReciprocalTrade #ยกเลิกภาษีนำเข้า #NonTariffBarriers #เศรษฐกิจไทย








