บทเรียนจากกูรู เมื่อโลกยุคAI เปลี่ยนเร็วระดับ "ชั่วโมง" ต้องปรับวิธีคิดและการทำงานให้ทันเกม SITE 2026 เปิดเวทีสัมมนาสะท้อนแนวคิดและมุมมองยุคAI กับ 5 บทเรียนธุรกิจที่ต้องปรับตัว เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดในอนาคต
"หากเมื่อวานคุณคิดว่าจะซื้อ MacBook เครื่องใหม่ แต่เช้าวันนี้ Apple ปรับขึ้นราคาทันที เพราะต้นทุนชิปในตลาดโลกเปลี่ยน" นี่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่คือภาพสะท้อนของโลกธุรกิจในปัจจุบัน ที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นรวดเร็วจนการคาดการณ์แนวโน้มรายปีอาจไม่เพียงพออีกต่อไป
ประเด็นเหล่านี้ถูกถ่ายทอดจาก InnovaTok POD Special Session ภายใต้กิจกรรม Creative Business Community by Creative Talk ซึ่งได้รับเกียรติจาก คุณเก่ง สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม CEO & Founder แห่ง RGB72 และ Creative Talk และ คุณโจ้ ฉวีวรรณ คงโชคสมัย Managing Director แห่ง RGB72 และ Creative Talk ร่วมถ่ายทอดมุมมองการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจในยุค AI และชวนให้ทุกคนมอง การแข่งขันในยุค AI ไม่ใช่เพียงเรื่องของเทคโนโลยี แต่คือการปรับวิธีคิดและวิธีทำงานให้ทันโลก
1. ความคิดสร้างสรรค์ไม่ใช่ "พรสวรรค์" แต่คือ "ทักษะเอาตัวรอด" ในอดีต หลายคนมองว่า Creativity เป็นเรื่องของนักออกแบบหรือคนโฆษณา แต่วันนี้ ความคิดสร้างสรรค์กลายเป็นทักษะสำคัญของทุกอาชีพ AI อาจประมวลผลข้อมูลได้รวดเร็ว แต่สิ่งที่มนุษย์ยังคงได้เปรียบคือการคิดนอกกรอบ การปรับตัว และการแก้ปัญหาในสถานการณ์ที่ไม่มีคำตอบตายตัว โลกจึงไม่ได้ต้องการคนที่ทำงานตามรูปแบบเดิมได้ดีที่สุด แต่ต้องการคนที่สามารถสร้างทางเลือกใหม่ได้เร็วที่สุด
2. จาก SEO สู่ GEO เมื่อแบรนด์ไม่ได้สื่อสารกับ "คน" เพียงอย่างเดียว พฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนจากการค้นหาด้วย Search Engine ไปสู่การถาม AI ให้ช่วยเลือกคำตอบที่ดีที่สุด นั่นหมายความว่า ในอนาคต แบรนด์ไม่ได้แข่งขันกันเพียงเพื่อให้ลูกค้าเห็น แต่ต้องทำให้ AI เข้าใจและเลือกแบรนด์ของเราด้วย การเตรียมข้อมูลให้ครบถ้วน ชัดเจน และอัปเดตอยู่เสมอ จึงกลายเป็นหัวใจของ Generative Engine Optimization (GEO) ซึ่งอาจเป็นมาตรฐานใหม่ของการตลาดยุค AI
3. AI ไม่ใช่คู่แข่ง แต่คือเครื่องมือที่ช่วยให้เราไปได้เร็วกว่าเดิม หลายคนกังวลว่า AI จะเข้ามาแทนที่มนุษย์ แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง AI ก็เปรียบเสมือน "รถยนต์" ไม่มีใครเลือกวิ่งแข่งกับรถ แต่ทุกคนเลือกที่จะขึ้นไปขับมัน AI สามารถช่วยลดเวลาทำงาน วิเคราะห์ข้อมูล และตอบสนองลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น แต่สิ่งที่ยังต้องอาศัยมนุษย์คือการกำหนดทิศทาง การตัดสินใจ และการสร้างคุณค่าให้กับงานอย่างที่หลายองค์กรเริ่มพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า Idea is nothing. Execution is everything.
4. เทรนด์เทคโนโลยีเปลี่ยนโลกในอีก 3–5 ปี (2026-2030) นอกจาก AI แล้ว ยังมีอีกหลายเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเปลี่ยนโลกอย่างมีนัยสำคัญ
• AI + Robotics จะทำให้หุ่นยนต์สามารถทำงานในโลกจริงได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
• Quantum Computing จะยกระดับการประมวลผลและการตัดสินใจที่ซับซ้อนในเวลาเพียงเสี้ยววินาที
• Longevity และ Food Security คือโอกาสสำคัญของประเทศไทย ด้วยจุดแข็งด้านอาหาร สุขภาพ และการบริการ
• Space Economy กำลังกลายเป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่เชื่อมโยงกับข้อมูล พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของโลก
เทคโนโลยีเหล่านี้อาจดูเหมือนไกลตัว แต่กำลังจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญของการดำเนินธุรกิจในอนาคตอันใกล้
5. AI ยิ่งเก่งขึ้น "ความเป็นมนุษย์" ยิ่งมีคุณค่า แม้โลกจะขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีมากขึ้น แต่สิ่งที่ AI ยังทดแทนไม่ได้ คือ ความเข้าใจ ความอบอุ่น และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน กระแส Human-Centric จึงกำลังได้รับความสนใจมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการกลับมาของหนังสือ การสร้างชุมชน หรือประสบการณ์ที่ต้องพบปะกันจริง สำหรับประเทศไทย จุดแข็งที่สำคัญคือเสน่ห์ของการบริการ ความอ่อนน้อม และวัฒนธรรมที่สร้างความประทับใจให้ผู้คนจากทั่วโลก ซึ่งเป็นคุณค่าที่เทคโนโลยีไม่สามารถเลียนแบบได้
การอยู่รอดในโลกยุค 2026 ไม่ใช่เรื่องของใครมีประสบการณ์มากที่สุด หรือการมีเทคโนโลยีที่ล้ำที่สุด แต่คือ "Adaptability" หรือความสามารถในการปรับตัว หัวใจสำคัญคือการ "ลดแรงเสียดทาน" (Friction) ในการเริ่มต้น อย่าเริ่มจากสิ่งที่ยากเกินไป แต่ให้เริ่มจากสิ่งที่คุณถนัด เลือกใช้เครื่องมือที่ง่าย (เช่น การใช้ AI ในแอปที่คุ้นเคย) เพื่อเรียนรู้ และค่อย ๆ ปรับวิธีคิดจากการทำงานแบบเดิม ไปสู่การทำงานร่วมกับเทคโนโลยี เพราะในโลกที่เปลี่ยนเร็วที่สุด การอยู่รอดไม่ได้เป็นของคนที่แข็งแรงที่สุดหรือฉลาดที่สุด แต่เป็นของคนที่พร้อมเรียนรู้และปรับตัวอยู่เสมอ อย่าวิ่งแข่งกับ AI แต่จงเรียนรู้ที่จะ "ขับ" AI ให้พาคุณไปถึงเป้าหมายได้เร็วกว่าเดิม ไอเดียจะไม่มีค่าอะไรเลยถ้าไม่ลงมือทำ (Execution is Everything) อย่ามัวแต่วิ่งแข่งกับรถยนต์ (AI) แต่ให้เรียนรู้ที่จะ "ขับ" มันไปสู่จุดหมายที่ต้องการ








