วันที่ 22 พฤษภมาคม 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึง กรณีการปราบปรามแอปพลิเคชันสินเชื่อเงินกู้ผิดกฎหมาย และเว็บไซต์หรือ URL ที่มีการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา ว่า กระทรวงดีอี มีการทำงานอยู่ 2 แนวทาง ได้แก่
1.เชิงรุกโดยการใช้อำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 20 วรรคสอง ในการตรวจจับเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันต่างๆที่มีข้อมูลว่าเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมาย เมื่อตรวจพบจะมีการส่งเรื่องไปที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง เพื่อตรวจสอบว่า แอปเหล่านั้นจดทะเบียนถูกต้องหรือไม่ หากพบว่าไม่ถูกต้อง กระทรวงดีอี จะส่งคำร้องไปที่ศาลให้มีคำสั่งปิดกั้นเว็บไซต์ หรือแอป เหล่านั้น ไปยัง Store หรือผู้ให้บริการ (ISP)
2. การดำเนินการปิดกั้นตามที่หน่วยงานคือ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ สศค. แจ้งมา โดยกระทรวงดีอี จะดำเนินการตรวจสอบพยานหลักฐานว่ามีองค์ประกอบครบถ้วนที่จะไปยื่นคำร้องต่อศาล อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 20 (3) หรือไม่ ก่อนส่งคำร้องต่อศาลให้มีคำสั่งปิดกั้น
สำหรับในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา (ตั้งแต่ เดือนกุมภาพัน์ 2568 – 20 พฤษภาคม 2569) ธปท. ได้ส่งรายชื่อของแอปฯ มาให้กระทรวงดีอี ส่งคำร้องขอปิดกั้นต่อศาลแล้วเป็นจำนวน 79 แอป ซึ่งกระทรวงดีอี ได้ส่งให้ สศค. ตรวจสอบว่ามีการจดทะเบียนหรือไม่ และได้รับผลการตอบกลับมา 57 แอป จากนั้นกระทรวงดีอีจะส่งคำร้องให้ศาลมีคำสั่งระงับการทำให้แพร่หลายไปยัง Store โดยนำรายการที่เป็นสินเชื่อรายย่อยออกแล้ว จำนวน 57 รายการ นอกจากนี้กระทรวงดีอี ยังได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกปิดกั้นเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มต่างๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา ซึ่งปิดกั้นแล้วเป็นจำนวน 1,466 URLs ( ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 – 17 พ.ค.69)
ทั้งนี้ปัจจุบันพบว่า “สแกมเมอร์” ได้หลอกลวงประชาชนให้กู้เงินในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งมักจะใช้คำเชิญชวนผ่านช่องทาง เว็บไซต์ หรือ โซเชียลมีเดีย โดยใช้ข้อความชวนเชื่อว่า “กู้ง่าย ได้เร็ว ดอกเบี้ยต่ำ ใช้เอกสารน้อย ไม่ต้องมีหลักประกัน ติดแบล็กลิสต์ก็กู้ได้” เมื่อหลงเชื่อแล้วอาจทำให้สูญเสียข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เลขบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หรือเลขบัญชีธนาคาร หรือสูญเสียทรัพย์สินโดยการหลอกให้โอนเงินค่าธรรมเนียม ค่ามัดจำ หรือเงินค้ำประกัน
“ขอเตือนประชาชน เรื่องการกู้เงินผ่านแอปต่างๆ จะต้องตรวจสอบก่อนการใช้บริการ ซึ่งสามารถตรวจสอบชื่อแอปเงินกู้ที่มีการลงทะเบียนถูกต้องได้ที่ เว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยเสิร์ช พิมพ์คำว่า “เช็กแอปเงินกู้” เพื่อดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องก่อนใช้บริการ ขณะที่กระทรวงดีอีได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง ตร. กสทช. ปปง. ธปท. ฯลฯ อย่างต่อเนื่องเพื่อดำเนินการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง หากประชาชนเกิดหลงเชื่อโอนเงินค่ามัดจำ หรือค่าธรรมเนียมต่างๆไปแล้ว สามารถแจ้งระงับบัญชีได้ทันทีที่ AOC 1441 ตลอด 24 ชม.” รมช.ดีอี กล่าว








