วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เปิดฉากความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์กับ ICEYE ผู้นำเทคโนโลยีดาวเทียมเรดาร์ระดับโลกจากฟินแลนด์ ในงานประชุมเชิงปฏิบัติการ "GISTDA – ICEYE EO Satellite Joint Development Workshop" เพื่อเดินหน้ายกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีอวกาศของไทยสู่ระดับสากล เพื่อตอบรับต่อความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงและซับซ้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ณ ห้องแอทธินี คริสตัล ฮอลล์ ชั้น 3 โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทลแบงค็อก โดยมี H.E. Kristiina Kuvaja-Xanthopoulos เอกอัครราชทูตฟินแลนด์ประจำประเทศไทย ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี โดยมี Mr. Dylan Monaghan รองประธานภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ทีมผู้บริหารจาก ICEYE และดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้
ในอดีต ประเทศไทยมักประสบปัญหาในการติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติในช่วงฤดูฝน เนื่องจากดาวเทียมระบบ Optical (ภาพถ่ายเชิงแสง) ไม่สามารถมองทะลุเมฆหรือฝนที่ปกคลุมหนาแน่นได้ แต่เทคโนโลยี SAR (Synthetic Aperture Radar) ได้เข้ามาเป็นคำตอบที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในครั้งนี้ เทคโนโลยี SAR มีความสำคัญต่อเราอย่างมหาศาล เพราะสามารถมองทะลุเมฆและทำงานได้แม้ในความมืดมิด และเทคโนโลยีนี้คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เราเฝ้าระวังภัยพิบัติที่เกิดขึ้นซ้ำซาก ทั้งอุทกภัย การทรุดตัวของแผ่นดิน และการกัดเซาะชายฝั่ง ได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอด 24 ชั่วโมง
การร่วมมือกับ ICEYE ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการให้บริการข้อมูล แต่เป็นส่วนหนึ่งของ "แผนที่นำทาง (Roadmap) การพัฒนาดาวเทียม" ที่ GISTDA วางไว้อย่างเป็นระบบ เพื่อเป้าหมายในทศวรรษหน้า ซึ่งจะประกอบไปด้วย 1) การสร้างและควบคุมดาวเทียม ประเทศไทยตั้งเป้าดำเนินการสร้างและควบคุมดาวเทียมสำรวจโลกที่หลากหลาย รวมถึงดาวเทียมระบบ SAR ของตนเองในอนาคต 2) อธิปไตยทางอวกาศ จะลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และสร้างความมั่นคงทางข้อมูลที่เป็นอิสระ 3) ศูนย์กลางภูมิภาค ก้าวสู่การเป็น Hub ของอาเซียนที่มีศักยภาพครบวงจร ตั้งแต่การผลิต การประมวลผล ไปจนถึงการส่งต่อข้อมูลอัจฉริยะ และ 4) ตอบโจทย์ National Agenda ไปจนถึงเศรษฐกิจดิจิทัลอีกด้วย
นอกจากการจัดการภัยพิบัติแล้ว ข้อมูลจากดาวเทียม SAR ยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ "ภาคการเกษตร" ที่สามารถประเมินความชื้นในดินได้อย่างแม่นยำแม้ในฤดูฝน รวมถึงการเสริมสร้าง "ความมั่นคงทางทะเล" ในการติดตามการเคลื่อนที่ของเรือเพื่อป้องกันการทำประมงผิดกฎหมายและการรุกล้ำน่านน้ำ รวมทั้งในเรื่องความมั่นคงของประเทศ การประชุมเชิงปฏิบัติการในวันนี้คือการผสานความเชี่ยวชาญระดับโลกเข้ากับโครงการดาวเทียมของไทย เพื่อสร้างโซลูชันที่นำไปใช้งานได้จริงและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนต่อไป ความร่วมมือดังกล่าวได้รับการสนับสนุนของ จาก ฯพณฯ เอกอัครราชทูตฟินแลนด์ประจำประเทศไทย ซึ่งสะท้อนถึงสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศที่มุ่งเน้นนวัตกรรมขั้นสูง โดย ICEYE พร้อมจะถ่ายทอดเทคโนโลยีและร่วมพัฒนานวัตกรรมกับหน่วยงานไทย เพื่อออกแบบการบริการข้อมูลที่ตอบโจทย์บริบทของประเทศไทยมากที่สุด
การรวมพลังระหว่าง GISTDA และ ICEYE ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นการพัฒนาเครื่องมือทางเทคโนโลยี แต่คือการสร้างฐานรากที่แข็งแกร่งให้กับ "อุตสาหกรรมอวกาศไทย" เพื่อให้ "ดวงตาแห่งฟากฟ้า" ดวงใหม่นี้ ปกป้องและสร้างโอกาสให้แก่คนไทยอย่างเต็มภาคภูมิในโลกยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจากอวกาศ








