เทคโนโลยี

Ride Sharing มีผลใช้วันนี้ "แพลตฟอร์ม" ไม่ใช่แค่ตัวกลาง แต่ต้อง "ตรวจสอบ คัดกรอง กำกับดูแล" ให้บริการผดส.ตั้งแต่ต้นทาง

แชร์ข่าว

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA ได้เผยแพร่เนื้อหาโดยระบุว่า วันนี้ (31 มีนาคม 2569) “ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะ” หรือที่เรียกว่า “ประกาศ Ride Sharing” มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการแล้ว ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการให้บริการเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชันในประเทศไทย

สาระสำคัญของประกาศฉบับนี้ มุ่งกำกับดูแล “แพลตฟอร์ม Ride Sharing” ให้มีบทบาทมากกว่าการเป็นเพียงตัวกลางจับคู่ระหว่างผู้ขับขี่และผู้โดยสาร โดยกำหนดให้แพลตฟอร์มต้องมีหน้าที่ในการตรวจสอบ คัดกรอง และกำกับดูแลการให้บริการตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ขับขี่ ยานพาหนะ และการให้บริการเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีความปลอดภัย และสามารถตรวจสอบได้

ภายใต้กติกาใหม่ แพลตฟอร์มจำเป็นต้องจัดให้มีระบบและกลไกกำกับดูแลอย่างครอบคลุม โดยมีหน้าที่สำคัญเพิ่มเติม อาทิ การกำกับการให้บริการเป็นไปตามกฎหมาย ผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ และยานพาหนะต้องจดทะเบียนให้ถูกต้องกับกรมการขนส่งทางบก รวมถึงต้องกำหนดและจัดเก็บค่าบริการตามอัตราที่กฎหมายกำหนดอย่างชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้ ขณะเดียวกัน ต้องจัดให้มีระบบตรวจพิสูจน์และยืนยันตัวตนของผู้ให้บริการทุกครั้ง โดยเฉพาะผู้ขับขี่ในระบบ จะต้องมีข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อ-สกุล เลขประจำตัวประชาชน เลขใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ และข้อมูลทะเบียนรถ สำหรับกรณีการสมัครใช้งานแบบไม่พบตัว (non face-to-face) จำเป็นต้องใช้ระบบพิสูจน์ตัวตนทางดิจิทัล (Digital ID) เช่น ThaID เพื่อยืนยันตัวตนตามมาตรฐานที่กำหนด นอกจากนี้ ทางแพลตฟอร์มต้องแสดงข้อมูลสำคัญแก่ผู้โดยสารอย่างครบถ้วน ทั้งก่อนและระหว่างการเดินทาง อาทิ ชื่อผู้ขับขี่ เลขใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ ข้อมูลยานพาหนะ รายละเอียดการเดินทาง ค่าโดยสาร และตำแหน่งพิกัด (GPS) เพื่อสร้างความโปร่งใสและเพิ่มความมั่นใจในการใช้บริการ ในด้านการให้บริการ แพลตฟอร์มต้องออกแบบระบบให้มีความยืดหยุ่น โดยเปิดโอกาสให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถเลือกยอมรับหรือยกเลิกงาน รวมถึงปรับเปลี่ยนจุดหมายปลายทางได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด ขณะเดียวกันต้องมีระบบช่วยเหลือผู้ใช้บริการ ช่องทางแจ้งเหตุฉุกเฉิน และกลไกรับเรื่องร้องเรียนที่มีประสิทธิภาพ พร้อมกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยและกำกับดูแลการใช้งานอย่างต่อเนื่อง อาทิ การป้องกันการสวมรอยหรือใช้บัญชีผู้อื่นในการให้บริการ การตรวจสอบพฤติกรรมการใช้งาน การกำหนดบทลงโทษ และการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ เพื่อรักษามาตรฐานของระบบโดยรวม

ในส่วนของผู้ขับขี่ แม้ประกาศดังกล่าวไม่ได้กำหนดหน้าที่โดยตรง แต่ผู้ขับขี่ที่ประสงค์จะให้บริการผ่านแพลตฟอร์มอาจต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขตามที่แพลตฟอร์มกำหนด เช่น มีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ และนำยานพาหนะมาจดทะเบียนให้ถูกต้องกับกรมการขนส่งทางบก (รถยนต์ต้องจดทะเบียนประเภท รย.18 และรถจักรยานยนต์ต้องจดทะเบียนประเภท รย.17) ทั้งยังต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของแพลตฟอร์มและกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด ห้ามใช้รถผิดประเภท ให้บริการนอกระบบแพลตฟอร์ม หรือใช้บัญชีผู้อื่นในการให้บริการ

ขณะเดียวกัน ผู้โดยสารในฐานะผู้ใช้บริการก็มีบทบาทสำคัญในการร่วมสร้างความปลอดภัย โดยควรให้ความร่วมมือในการยืนยันตัวตนตามระบบ ตรวจสอบข้อมูลผู้ขับขี่ ยานพาหนะ ค่าโดยสาร และรายละเอียดการเดินทางก่อนใช้บริการ รวมถึงใช้ช่องทางช่วยเหลือของแพลตฟอร์มเมื่อเกิดปัญหา ทั้งนี้ ควรเลือกใช้บริการผ่านแพลตฟอร์มที่ได้แจ้งการประกอบธุรกิจกับ ETDA เท่านั้น และหลีกเลี่ยงการเรียกรถนอกระบบ

‘ประกาศ Ride Sharing มีเป้าหมายเพื่อยกระดับการให้บริการให้เป็นระบบที่มีมาตรฐานเดียวกัน สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้โดยสาร คุ้มครองผู้ใช้บริการ และส่งเสริมให้ระบบขนส่งผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และปลอดภัยในระยะยาว’

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดประกาศเพิ่มเติมได้จากประกาศในราชกิจจานุเบกษา https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/74830.pdf ติดตามความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมที่ เพจเฟซบุ๊ก ETDA Thailand

ข่าวแนะนำ