นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า การประชุม กสทช. ครั้งที่ 10/2569 มีวาระการประชุมที่สำคัญ และน่าติดตาม คือ วาระการพิจารณาโครงการที่ขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุนฯ กทปส. ประเภทที่ 1 ประจำปี 2568 และวาระการอนุญาตการประกอบกิจการ รวมทั้งการยกเลิกใบอนุญาต วาระที่ 4.29 การพิจารณาโครงการที่ขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุนฯ ประเภทที่ 1 ประจำปี 2568 ที่ประชุม กสทช. ได้พิจารณาโครงการตามวัตถุประสงค์ มาตรา 52 (2) และมาตรา 52 (3) โดยการประชุมในครั้งนี้ ที่ประชุม กสทช. เห็นชอบโครงการตามมาตรา 52(2) เพิ่มเติมอีกจำนวน 3 โครงการ ได้แก่ 1.) โครงการระบบเครือข่ายไร้สายบนร่างกายมนุษย์สำหรับการเฝ้าระวังสุขภาพผู้สูงอายุในระยะทางไกล หน่วยงานมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ งบประมาณ 3,252,265 บาท ระยะเวลาดำเนินโครงการ 730 วัน 2.) โครงการการพัฒนาเว็บไซต์ฝึกอบรมด้วยโมเดลการโค้ชแบบโกรว ร่วมการใช้ปัญญาประดิษฐ์ และ 4P Marketing Mix เพื่อส่งเสริมความสามารถการสร้างเนื้อหาสื่อดิจิทัลบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ ในกลุ่มผู้เรียนระดับอุดมศึกษา หน่วยงาน สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง งบประมาณ 1,896,435.90 บาท ระยะเวลาดำเนินโครงการ 365 วัน และ 3.) โครงการแพลตฟอร์มดิจิทัลยกระดับความปลอดภัยเนื้อสัตว์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย งบประมาณ 8,063,948 บาท ระยะเวลาดำเนินโครงการ 365 วัน
นอกจากนี้ ได้พิจารณาเห็นชอบโครงการตามมาตรา 52 (3) อีกจำนวน 8 โครงการ ได้แก่ 1.) โครงการส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรในกิจการโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้สามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่ ปัญญาประดิษฐ์ และคลื่นวิทยุคมนาคมที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการภัยพิบัติในประเทศไทย (Empowering Telecom and IT Experts for Next-Gen Disaster Management) หน่วยงาน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ งบประมาณ 6,514,566.60 บาท ระยะเวลาดำเนินโครงการ 549 วัน 2.) โครงการ AI Media Empowerment: เสริมสร้างศักยภาพบุคลากรสื่อด้วยเทคโนโลยี AI อย่างมีจริยธรรม (AI Media Empowerment: Enhancing Media Professionals’ Capabilities with Ethical AI) หน่วยงานมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี งบประมาณ 3,053,138 บาท ระยะเวลาดำเนินโครงการ 365 วัน 3.) เดอะ สตอรี่ฮับ ไทยแลนด์ ปี 2 “พ็อคเก็ตซีรีส์”(The Story Hub Thailand Year 2 “Pocket Series”) หน่วยงาน มูลนิธิกุมุท จันทร์เรือง งบประมาณ 12,838,450 บาท ระยะเวลาดำเนินโครงการ 720 วัน 4.) โครงการการส่งเสริมองค์ความรู้ทางกฎหมายเพื่อป้องกันและคุ้มครองเยาวชนผู้ทำหน้าที่สื่อสารสาธารณะในโลกดิจิทัลเพื่อเตรียมความพร้อมสู่นักสื่อสารมวลชนในอนาคต หน่วยงาน มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช งบประมาณ 2,856,418.50 บาท ระยะเวลาดำเนินโครงการ 365 วัน 5.) โครงการพัฒนาศักยภาพด้านเมตาเวิร์สให้แก่นักศึกษาเพื่อเตรียมกำลังคนเข้าสู่อุตสาหกรรมและเศรษฐกิจดิจิทัลผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการและการประกวดแข่งขัน (Metaverse Proficiency Development Project for Students in Human Resource Preparation for Industry and Digital Economy via Workshop and Contest) หน่วยงาน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ งบประมาณ 3,517,547.96 บาท ระยะเวลาดำเนินโครงการ 365 วัน
6.) โครงการการพัฒนาหลักสูตรและแพลตฟอร์มประสบการณ์การเรียนรู้ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ เพื่อส่งเสริมทักษะดิจิทัลและความฉลาดรู้ด้านข้อมูลสำหรับบุคลากรในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ หน่วยงาน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี งบประมาณ 5,082,258.06 บาท ระยะเวลาดำเนินโครงการ 730 วัน 7.) โครงการพัฒนาทักษะการสร้างสรรค์สื่อบนแพลตฟอร์มดิจิทัลและสร้างเสริมองค์ความรู้ด้านการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อผลิตสื่อคุณภาพตามมาตรฐานจริยธรรมวิชาชีพ (Digital and AI skill development for quality and ethical media production) หน่วยงาน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ งบประมาณ 6,022,334.50 บาท ระยะเวลาดำเนินโครงการ 360 วัน และ8.) โครงการเสริมศักยภาพนักข่าวพลเมืองสู่การผลิตพอดแคสต์คุณภาพ หน่วยงาน มูลนิธิสื่อประชาธรรม งบประมาณ 1,467,000 บาท ระยะเวลาดำเนินโครงการ 365 วัน
วาระการอนุญาต
วาระที่ 5.9 การอนุญาตให้บริษัท ฟ้าให้ มีเดีย จำกัด ประกอบกิจการเพื่อให้บริการโทรทัศน์ สำหรับกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ แบบบอกรับสมาชิก กรณีใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ ช่องรายการ ฟ้าให้ มีเดีย ที่ประชุม กสทช. เห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ความเหมาะสม และเห็นควรอนุญาตให้ บริษัท ฟ้าให้ มีเดีย จำกัด ประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ เพื่อให้บริการโทรทัศน์ สำหรับกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ แบบบอกรับสมาชิก โดยกำหนดให้มีอายุใบอนุญาต 10 ปี นับแต่วันที่ใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ
วาระที่ 6.2 การขอรับการจัดสรรเลขหมายโทรศัพท์แบบสั้น 4 หลัก ของสำนักงานเทศบาลเมืองต้นเปา ที่ประชุม กสทช. อนุมัติจัดสรรเลขหมายโทรศัพท์แบบสั้น 4 หลัก หมายเลข 1132 และอนุมัติยกเว้นค่าธรรมเนียมการพิจารณาคำขอและค่าธรรมเนียมเลขหมายโทรศัพท์แบบสั้น ให้แก่สำนักงานเทศบาลเมืองต้นเปา ทั้งนี้ สำนักงานเทศบาลเมืองต้นเปา มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์การจัดสรรและบริหารเลขหมายโทรคมนาคม และที่แก้ไขเพิ่มเติม อย่างเคร่งครัด
วาระการยกเลิกการอนุญาตประกอบกิจการ
วาระที่ 5.5 การสิ้นสุดใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่หนึ่งของ บริษัท สมาร์ทเวย์ แทรคกิ้ง โซลูชั่น จำกัด ที่ประชุม กสทช. ได้เห็นชอบการสิ้นสุดการอนุญาตของผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ไม่มีโครงข่ายเป็นของตนเองของ บริษัท สมาร์ทเวย์ แทรคกิ้ง โซลูชั่น จำกัด ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่หนึ่ง เลขที่ TEL1/2559/068 เนื่องจากขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ซึ่งเป็นเหตุให้สิ้นสุดการอนุญาตตาม ประกาศ กสทช. เรื่อง เงื่อนไขมาตรฐานในการอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม เงื่อนไขในการอนุญาตใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ที่ไม่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง ข้อ 23 (1) ที่กำหนดให้ กสทช. พิจารณาให้การอนุญาตสิ้นสุดลง ในกรณีผู้รับใบอนุญาตขาดคุณสมบัติ โดยกำหนดให้สิ้นสุดการอนุญาตนับแต่วันที่ศาลพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด (วันที่ 20 พ.ย. 68)
และที่ประชุม กสทช. ได้มอบหมายให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการดังนี้ 1.) บันทึกการกระทำผิดเงื่อนไขในการอนุญาต รวมทั้งรายชื่อกรรมการผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการนิติบุคคลไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการอนุญาต กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่ขอสิ้นสุดการอนุญาตตามกำหนดเวลา เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาให้อนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมต่อไป 2.) ดำเนินการติดตามการดำเนินการเพื่อชำระค่าธรรมเนียมประจำปี 2568 จนถึงวันที่สิ้นสุดการอนุญาต (หากมี) และ 3.) ติดตามตรวจสอบผู้รับใบอนุญาตภายหลังจากสิ้นสุดการอนุญาตว่ามีการประกอบกิจการโทรคมนาคมหรือไม่ แล้วแต่กรณี
วาระที่ 5.6 การตัดรายชื่อผู้ชนะการประมูลและผู้สมควรได้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ที่ไม่ดำเนินการตามข้อ 21 ของประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการกระจายเสียง และการขอขยายระยะเวลาการดำเนินการตามข้อ 21 ของประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการกระจายเสียง ที่ประชุม กสทช. เห็นควรตัดรายชื่อผู้ชนะการประมูลหรือผู้สมควรได้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ เนื่องจากไม่ดำเนินการตามประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการกระจายเสียง (ประกาศหลักเกณฑ์ใช้คลื่นฯ) ข้อ 21 ให้ครบถ้วน ภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ดังกล่าว สละสิทธิการขอรับใบอนุญาตฯ ดังนี้ 1.) ผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่ในระบบเอฟเอ็ม สำหรับการให้บริการกระจายเสียง ประเภทกิจกรทางธุรกิจ ระดับท้องถิ่น จำนวน 23 นิติบุคคล และ 2.) ผู้สมควรได้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ในระบบเอฟเอ็ม สำหรับการให้บริการกระจายเสียง ประเภทกิจการบริการสาธารณะ และประเภทกิจการบริการชุมชน จำนวน 29 คำขอ
ทั้งนี้ให้ริบค่าธรรมเนียมต่าง ๆ และหลักประกันการประมูลที่เกิดจากการขอรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ รวมถึงต้องชดใช้ค่าเสียหายในกรณีที่ต้องจัดการประมูลใหม่ และห้ามผู้ขอรับใบอนุญาตฯ ดังกล่าว เข้าร่วมการประมูลเป็นเวลา 2 ปี นับแต่วันที่ กสทช. ตัดรายชื่อผู้ขอรับใบอนุญาตฯ ออกจากการเป็นผู้ชนะการประมูล
และเห็นควรรับคำขอและเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการดำเนินการตามข้อ 21 ของประกาศหลักเกณฑ์ใช้คลื่นฯ ของผู้ชนะการประมูลหรือผู้สมควรได้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ ที่ได้ยื่นคำขอขยายระยะเวลาการดำเนินการตามประกาศหลักเกณฑ์ใช้คลื่นฯ ข้อ 21 ตามมติที่ประชุม กสทช. ครั้งที่ 35/2568 เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 68 จำนวน 5 นิติบุคคล ประเภทกิจการทางธุรกิจ ระดับท้องถิ่น ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เค.ที.มีเดีย กรุ๊ป, ห้างหุ้นส่วนจำกัด นาหม่อมเรดิโอ, ห้างหุ้นส่วนจำกัด สยามเรดิโอ เอฟ เอ็ม 102.50 เมกะเฮิรตซ์, ห้างหุ้นส่วนจำกัด ก้าวเจริญไกล และประเภทกิจการบริการสาธารณะ ได้แก่ วัดอุดมพรหมวิหาร เนื่องจากไม่สามารถดำเนินการตามประกาศหลักเกณฑ์ใช้คลื่นฯ ข้อ 21 ได้ในระยะเวลาที่กำหนด เพราะเป็นพื้นที่ที่มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน จากการสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา และสถานการณ์อุทกภัยพื้นที่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นความจำเป็น ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากความผิดของผู้ชนะการประมูลฯ ตามมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 โดยให้ผู้ชนะการประมูลฯ ดังกล่าว ปฏิบัติตามประกาศหลักเกณฑ์ใช้คลื่นฯ ข้อ 21 ให้ครบถ้วนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการพิจารณา ทั้งนี้หากไม่ปฏิบัติตามให้ดำเนินการตัดรายชื่อผู้ชนะการประมูลฯ
และเห็นควรยกคำขอขยายระยะเวลาการดำเนินการตามประกาศหลักเกณฑ์ใช้คลื่นฯ ข้อ 21 ของผู้ชนะการประมูลฯ สำหรับการให้บริการกระจายเสียง ประเภทกิจการทางธุรกิจ ระดับท้องถิ่น เนื่องจากไม่ดำเนินการตามประกาศหลักเกณฑ์ใช้คลื่นฯ ข้อ 21 และเกิดจากความผิดของผู้ชนะการประมูลฯ จึงขยายระยะเวลาไม่ได้ ตามมติที่ประชุม กสทช. ครั้งที่ 35/2568 วันที่ 26 พ.ย. 68 ประกอบกับมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติฯ โดยให้ตัดรายชื่อ และริบค่าธรรมเนียม หลักประกันและอื่น ๆ จำนวน 6 นิติบุคคล ได้แก่ 1.) ห้างหุ้นส่วนจำกัด น้องนุชเรดิโอ 2.) ห้างหุ้นส่วนจำกัด ขุนว่านมีเดีย กรุ๊ป 3.) ห้างหุ้นส่วนจำกัด เพื่อคนเกษตร 4.) ห้างหุ้นส่วนจำกัด เขาเขียวเรดิโอ 5.) ห้างหุ้นส่วนจำกัด กฎหมายสิ่งแวดล้อมและภาษี และ 6.) ห้างหุ้นส่วนจำกัด ลำใยเซอร์วิส กรุ๊ป กรณี ห้างหุ้นส่วนจำกัด ลำใยเซอร์วิส กรุ๊ป ซึ่งได้ชำระค่าธรรมเนียมการขออนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียง ไว้ล่วงหน้า โดยไม่ได้มีสถานะเป็นผู้รับใบอนุญาตฯ จึงไม่อาจริบค่าธรรมการขออนุญาตดังกล่าวได้ตามข้อ 21 จึงเห็นควรมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. คืนเงินค่าธรรมเนียมการขออนุญาตฯ พร้อมภาษีมูลค่าเพิ่มในฐานะลาภมิควรได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 406 ประกอบ 412 ให้แก่ห้างฯ ต่อไป








