เทคโนโลยี

Garmin ทำสถิติรายได้สูงสุดปี68 แตะ 7.25 พันล้านดอลลาร์ โตขึ้น 15% ตลาดไทยโตโดดเด่นกว่า 45% รับเทรนด์สุขภาพ-เอาต์ดอร์

แชร์ข่าว

วันที่ 11 มีนาคม 2569 Garmin ผู้ส่งมอบที่สุดของความหลากหลายทางเทคโนโลยี GPS ตั้งแต่อุตสาหกรรมการบิน ยานยนต์ การเดินทะเล ฟิตเนส และกิจกรรมกลางแจ้ง ประกาศความสำเร็จผ่านการเผยผลประกอบการประจำปี 2568 โดยบริษัทฯ สามารถสร้างรายได้รวมทั่วโลกสูงถึง 7.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.28 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อนหน้า นับเป็นรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัทฯ ขณะที่ผลประกอบการในไตรมาสที่ 4 มีรายได้สูงถึง 2.12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.6 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความต้องการผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีของ Garmin ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดโลก โดยการเติบโตดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากกระแสความนิยมของเทคโนโลยีด้านสุขภาพ อุปกรณ์สวมใส่ และกิจกรรมกลางแจ้งที่เพิ่มขึ้นในหลายภูมิภาคทั่วโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ยังคงเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของบริษัทฯ จากความสนใจของผู้บริโภคที่มีต่อการดูแลสุขภาพ การออกกำลังกาย และการใช้เทคโนโลยีเพื่อติดตามข้อมูลสุขภาพในชีวิตประจำวัน

เทรนด์สุขภาพ–เอาต์ดอร์มาแรง ผู้ใช้ Garmin ระดับกิจกรรมการออกกำลังกายเพิ่ม 8% ดันกลุ่มอุปกรณ์สวมใส่โต 42%

กระแสฟิตเนส สุขภาพ และกิจกรรมกลางแจ้งที่เติบโตทั่วโลก ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อความต้องการสมาร์ตวอทช์และอุปกรณ์ติดตามสุขภาพของผู้บริโภค โดยรายงานสรุปข้อมูล Garmin Connect ประจำปี 2568 ระบุว่า ผู้ใช้งาน Garmin ทั่วโลกมีระดับกิจกรรมการออกกำลังกาย (Activity Level) เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่กิจกรรมยอดนิยมยังคงเป็น การวิ่ง การเดิน และการปั่นจักรยาน พร้อมด้วยการเติบโตของการเล่นเวตเทรนนิงและกีฬาแร็กเกตในหลายภูมิภาค สะท้อนแนวโน้มที่ผู้บริโภคหันมาใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพ การฝึกซ้อม และการติดตามข้อมูลการออกกำลังกายในชีวิตประจำวันมากขึ้น แนวโน้มดังกล่าวส่งผลให้กลุ่มผลิตภัณฑ์ฟิตเนสและอุปกรณ์สวมใส่ของ Garmin เติบโตอย่างโดดเด่น โดยในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 รายได้ของกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพิ่มขึ้นสูงถึง 42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ตอกย้ำบทบาทของ Garmin ในการนำเทคโนโลยีมาช่วยให้ผู้ใช้งานติดตามข้อมูลสุขภาพ วิเคราะห์การฝึกซ้อม และปรับพฤติกรรมเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นได้อย่างเป็นระบบผ่านอีโคซิสเต็มที่ครบครัน

ทุบสถิติรายได้สูงสุดทุกกลุ่มธุรกิจ ส่งมอบผลิตภัณฑ์กว่า 20 ล้านหน่วย พร้อมตอกย้ำศักยภาพเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้วยรางวัลระดับโลก

ตลอดปี 2568 Garmin ทำสถิติรายได้สูงสุดใหม่ในทุกกลุ่มธุรกิจของบริษัทฯ โดยกลุ่มฟิตเนสเติบโต 33% กลุ่มธุรกิจการบินเติบโต 13% กลุ่มการเดินทะเลเติบโต 10% กลุ่มยานยนต์เติบโต 9% และกลุ่มกิจกรรมกลางแจ้งเติบโต 5% สะท้อนความแข็งแกร่งของพอร์ตธุรกิจที่หลากหลายของบริษัทฯ อีกทั้ง Garmin ยังส่งมอบผลิตภัณฑ์รวมกว่า 20 ล้านหน่วยทั่วโลก ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของบริษัทฯ โดยนอกจากแรงหนุนจากกระแสสุขภาพและกิจกรรมกลางแจ้งที่เติบโตต่อเนื่องแล้ว การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องของ Garmin ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของบริษัทฯ ทั้งการยกระดับ Garmin Connect+ ด้วยฟีเจอร์ติดตามโภชนาการและข้อมูลสุขภาพเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วย Garmin Active Intelligence เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพของผู้ใช้งานบนแอปพลิเคชัน Garmin Connect รวมถึงการได้รับรางวัล CES 2026 Innovation Awards มากถึง 5 รางวัลจากผลิตภัณฑ์ในหลายหมวดหมู่ อาทิ Venu 4® และ Forerunner 970® ตอกย้ำความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของ Garmin พร้อมสะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั่วโลก

คุณคลิฟตัน เพมเบิล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร การ์มิน กล่าวว่า ปี 2568 นับเป็นอีกหนึ่งปีที่ Garmin เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยบริษัทฯ สามารถทำสถิติรายได้รวมสูงสุด รายได้สูงสุดในทั้ง 5 กลุ่มธุรกิจ และกำไรจากการดำเนินงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ความสำเร็จเหล่านี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อ Garmin อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยสำคัญมาจากการมุ่งขยายธุรกิจในหลายตลาด ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานและมีบทบาทสำคัญต่อชีวิตประจำวันของผู้ใช้งาน สำหรับปีนี้ Garmin คาดว่าจะต่อยอดการเติบโตดังกล่าวผ่านการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง
พร้อมเดินหน้าสร้างโอกาสการเติบโตในตลาดต่าง ๆ ทั่วโลก

กระแสใส่ใจสุขภาพในเอเชียแปซิฟิกและไทยขยายตัวต่อเนื่อง หนุนดีมานด์อุปกรณ์สวมใส่

ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของ Garmin โดยรายได้ในภูมิภาคดังกล่าวเติบโตถึง 12% ตลอดปี 2568 และเพิ่มขึ้น 8% ในไตรมาสที่ 4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความต้องการเทคโนโลยีด้านสุขภาพ อุปกรณ์สวมใส่ และอุปกรณ์สำหรับกิจกรรมกลางแจ้งที่ขยายตัวในหลายประเทศทั่วเอเชีย และจากกระแสผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพและการออกกำลังกาย ส่งผลให้สมาร์ตวอทช์และอุปกรณ์ติดตามสุขภาพถูกใช้งานอย่างแพร่หลายในชีวิตประจำวันสำหรับประเทศไทย รายงานสรุปข้อมูล Garmin Connect ประจำปี 2568 ระบุว่า กิจกรรมยอดนิยมของชาวไทยยังคงเป็น
การวิ่ง การเดิน และการฝึกความแข็งแรง นอกจากสุขภาพกาย เทรนด์สุขภาพใจก็กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นมากเช่นกัน โดยการทำสมาธิมีอัตราการเติบโตสูงที่สุดถึง 148% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อีกทั้งกีฬาประเภทแร็กเกตยังได้รับความนิยมมากขึ้น อาทิ แบดมินตันที่เติบโตถึง 116% และเทนนิสที่เติบโตถึง 65% สะท้อนรูปแบบการออกกำลังกายที่หลากหลายขึ้น และช่วยหนุนการเติบโตของตลาดอุปกรณ์สวมใส่ในประเทศอย่างต่อเนื่อง

คุณมิสซี่ ยาง ผู้จัดการประจำ การ์มิน ประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับประเทศไทย เราเห็นสัญญาณการเติบโตของความสนใจด้านสุขภาพและการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้ในประเทศไทยมีรายได้เติบโตขึ้นกว่า 45% ในปี 2568 อีกทั้ง ผู้บริโภคชาวไทยยังหันมาใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยติดตามข้อมูลสุขภาพและพัฒนาการฝึกซ้อมของตนเองมากขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทของสมาร์ตวอทช์และอุปกรณ์ติดตามสุขภาพที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน ในปีนี้ Garmin ประเทศไทยจึงมุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานในหลากหลายกิจกรรม พร้อมสนับสนุนให้ผู้บริโภคชาวไทยสามารถดูแลสุขภาพและออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

Garmin ยังคงลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้พันธกิจ “Engineered on the inside for life on the outside” หรือการออกแบบเทคโนโลยีจากภายในเพื่อการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในโลกภายนอก พร้อมต่อยอดระบบนิเวศผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มเพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งานในหลากหลายบริบท ตั้งแต่ด้านสุขภาพ การออกกำลังกาย ไปจนถึงกิจกรรมกลางแจ้งและการใช้งานเฉพาะทาง เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจด้านสุขภาพและการใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจในระยะยาว

ปัจจุบัน การ์มินมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่รัฐแคนซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา มีสำนักงานทั่วโลกกว่า 80 แห่ง พร้อมพนักงานกว่า 16,000 ราย และมีสำนักงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 21 แห่ง พร้อมพนักงานกว่า 7,600 ราย โดยภูมิภาคนี้ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นของผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์การ์มินในไต้หวัน และเป็นฐานการผลิตที่สำคัญระดับโลกอีกด้วย การเลือกทำตลาดในประเทศไทยคราวนี้ถือเป็นยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญของการ์มิน ที่เลือกเจาะกลุ่มผู้บริโภคในประเทศที่ติดอันดับขนาดเศรษฐกิจใหญ่ของอาเซียน และมีอัตราการเติบโตของตลาดอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมความ แข็งแกร่งของแบรนด์การ์มินในระดับภูมิภาค

การ์มิน ดำเนินกิจการใน 5 ประเภทธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจการบิน ยานยนต์ การเดินทะเล ฟิตเนส และกิจกรรมกลางแจ้ง

·  ธุรกิจการบิน มอบโซลูชันแบบบูรณาการให้กับบริษัทผลิตอากาศยาน เจ้าของอากาศยาน และผู้ดำเนินธุรกิจดำเนินการบิน รวมถึงหน่วยงานรัฐบาลและลูกค้าในภาคการป้องกันทางอากาศ

·  ธุรกิจยานยนต์ นำเสนอผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ อาทิ อุปกรณ์นำทางด้วย GPS  ส่วนบุคคล หรือการรับผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์และกล้องตามความต้องการ

· ธุรกิจการเดินทะเล ผลิตและนำเสนออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับการเดินทะเล เชิงพาณิชย์และสันทนาการ อาทิ อุปกรณ์หาปลา เครื่องแผนที่เดินเรือ ซาวเดอร์ เครื่องเรดาร์ และระบบช่วยการเดินเรืออัตโนมัติ

· ธุรกิจฟิตเนส รวมถึงการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบเพื่อติดตามผลกิจกรรมการออกกำลังกาย และการติดตามสุขภาพประจำวัน อาทิ นาฬิกาวิ่งอัจฉริยะ นาฬิกามัลติสปอร์ต ไมล์จักรยาน พาวเวอร์มิเตอร์ และอุปกรณ์ติดตามสุขภาพ

·  ธุรกิจกิจกรรมกลางแจ้ง นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับกิจกรรมกลางแจ้ง ทั้งอุปกรณ์พกพากลางแจ้ง นาฬิกาสำหรับกลางแจ้ง อุปกรณ์กอล์ฟ นาฬิกาสำหรับหน่วยงานความมั่นคง และอุปกรณ์ล่าสัตว์