วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ร่วมกับ พลเรือโท เทพฤทธิ์ ลาภเหลือ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 / ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 2 แถลงผลปราบปรามการลักลอบนำเข้าบุหรี่ผิดกฎหมายในบริเวณทะเลอ่าวไทย จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย พร้อมของกลาง 442,490 ซองและเรือ 1 ลำ คิดเป็นภาษีที่รัฐสูญเสียกว่า 10.7 ล้านบาท ประมาณการค่าปรับกว่า 642 ล้านบาท พร้อมเดินหน้ามาตรการเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยง เพื่อสกัดกั้นการกระทำผิดอย่างต่อเนื่อง
ดร. พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจราชการ และมอบนโยบายการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 9 และสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ใน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง พร้อมแถลงผลการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายสรรพสามิต จึงได้มอบหมายให้คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามนโยบายอย่างเข้มงวด โดยมีว่าที่ร้อยตรี ยงยุทธ ภูมิประเทศ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ภาษีสรรพสามิต นายภาณุพงศ์ ศรีเกตุ รองอธิบดีกรมสรรพสามิต นายสุเมธ ฤทธิ์เจริญ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม นายจีระนันทร์ ใจห้าว ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 9 นายจำแลง บัวสงค์ สรรพสามิตพื้นที่สงขลา และนางยุพิน มณีกาญจน์ นักวิชาการสรรพสามิตชำนาญการพิเศษ รักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ นำโดยนายสัจจะ สุนทรเกษมสุข ผู้อำนวยการส่วนตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม นายกษิดิศ ธนะโชติ์เดโช หัวหน้าฝ่ายปราบปรามสงขลา และนายกฤตย์ ธรรมพิทักษ์ นักวิชาการสรรพสามิตชำนาญการพิเศษ พร้อมสายตรวจสรรพสามิต บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ทัพเรือภาคที่ 2 และเจ้าหน้าที่ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 2 (ศรชล.ภาค 2) สามารถกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 4 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นบุหรี่ซิกาแรตต่างประเทศที่มิได้เสียภาษี จำนวน 442,490 ซอง และเรือ จำนวน 1 ลำโดยจากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหาได้ลักลอบนำสินค้าดังกล่าวเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านเส้นทางน่านน้ำบริเวณอ่าวไทย ก่อนลำเลียงเพื่อนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ต่อเนื่องวันที่ 30 เมษายน 2569 จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมเรือพร้อมลูกเรือทั้งหมด เข้าตรวจสอบเพิ่มเติม ณ ท่าเทียบเรือฐานทัพเรือสงขลา ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 204 แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ในข้อหามีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี โดยคิดเป็นมูลค่าที่รัฐสูญเสีย (ค่าภาษี) จำนวน 10,703,997 บาท และมีประมาณการค่าปรับเป็นเงิน 642,239,820 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการตรวจยึดและอายัด ของกลางทั้งหมด เพื่อนำส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมสรรพสามิตให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งแนวชายแดน ด่านผ่านแดน ท่าเรือ และเส้นทางธรรมชาติ เพื่อปิดกั้นช่องทางการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศ ทั้งนี้ พื้นที่ที่เกิดการจับกุมดังกล่าวนับเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศในหลายมิติ ทั้งด้านชายแดน การค้า และเส้นทางลำเลียงสินค้า เจ้าหน้าที่จึงปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้สามารถสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะสินค้ายาสูบ ซึ่งมักถูกใช้พื้นที่ชายแดนเป็นช่องทางหลักในการลำเลียงเข้าสู่ประเทศ
อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า กรมสรรพสามิตจะยังคงเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการป้องกันและสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย อันเป็นการคุ้มครองรายได้ของรัฐ เสริมสร้างความเป็นธรรมของระบบภาษี และลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ








