เทคโนโลยี

สนง.กสทช. ร่วม บก.ปอท.-สืบสวน สภ.คลองลึก บุกตรวจสอบลักลอบให้บริการอินเทอร์เน็ตข้ามแดนเขมร

แชร์ข่าว

วันที่ 21 มกราคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ร่วมกับกองบัญชาการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) และสืบสวน สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว ดำเนินการตรวจสอบกรณีการลักลอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามพื้นที่ชายแดนไปยังประเทศกัมพูชา

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า วันนี้สำนักงาน กสทช. ได้ลงพื้นที่ร่วมกับ บก.ปอท. และสืบสวน สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว และทหารกองกำลังบูรพา ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเชื่อมต่อโครงข่ายอินเทอร์เน็ต (โหนด) ใน ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว หลังจากสำนักงาน กสทช. ได้รับแจ้งจาก บก.ปอท. ว่าพบหมายเลขประจำ IP Address ซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยใช้งานรับโอนเงินที่ได้จากการหลอกลวงประชาชนของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ซึ่งเป็นบัญชีม้าแถวที่ 1 โอนเงินผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารในพื้นที่ของประเทศกัมพูชา ซึ่งข้อมูลการรับโอนเงินดังกล่าวถูกตรวจสอบพบจากธนาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งตรงกับข้อมูลคดีการหลอกลวงที่ตำรวจได้รับแจ้งเป็นคดี

การตรวจสอบครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการบังคับใช้กฎหมายโทรคมนาคม ตามมติ กสทช. เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2569 ที่เห็นชอบมาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเพิ่มเติม ตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรการสำหรับบริการโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ที่ระบุว่า “ผู้รับใบอนุญาตที่ให้บริการโทรคมนาคมระหว่างประเทศต้องไม่นำหมายเลข IP Address ซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยไปให้บริการในต่างประเทศ ทั้งนี้ ไม่รวมถึงหมายเลข IP Address ของอุปกรณ์สำหรับการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้รับใบอนุญาต และอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่นำไปใช้ในต่างประเทศ” อย่างไรก็ดีหากการตรวจสอบพบว่า ผู้ใดประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือใช้คลื่นความถี่ในการประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีการดำเนินการตามกฎหมาย พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 มาตรา 67 โดยหากเป็นผู้รับใบอนุญาตแบบที่สาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“สำนักงาน กสทช. ย้ำว่าจะเฝ้าระวังและดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มงวดต่อกรณีการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมที่ผิดกฎหมาย เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศและผู้ประกอบการที่ถูกต้องตามกฎหมาย ผมขอฝากไปถึงผู้รับใบอนุญาตโทรคมนาคมว่า ผมจะเดินหน้าตรวจสอบและลงพื้นที่อย่างเข้มข้น” นายไตรรัตน์ กล่าว