สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 3% ในวันอังคารที่ 25 สิงหาคม 2569 หลังสหรัฐฯ หันมาใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน แทนการใช้ปฏิบัติการทางทหาร โดยนักลงทุนประเมินว่ามาตรการทางเศรษฐกิจจะส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันน้อยกว่าการใช้กำลังทางทหาร
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนตุลาคม ลดลง 2.65 ดอลลาร์ หรือ 3.12% ปิดที่ 82.36 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนตุลาคม ลดลง 3.59 ดอลลาร์ หรือ 3.89% ปิดที่ 88.58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมัน WTI ปิดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม ขณะที่ราคาน้ำมันเบรนท์ปิดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม สะท้อนแรงขายจากนักลงทุนที่คลายความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันจากสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่ออิหร่าน ภายใต้ปฏิบัติการ “Operation Economic Outcast” โดยมุ่งเป้าไปยัง 5 ภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ สินทรัพย์ดิจิทัล เทคโนโลยี ทองคำ การบิน และการขนส่งทางเรือ ซึ่งสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นภาคส่วนที่อิหร่านใช้ในการพยุงเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังเตือนจีนและประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกถึงความเสี่ยงที่จะถูกใช้มาตรการคว่ำบาตรขั้นทุติยภูมิ หากยังคงทำธุรกิจกับอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดอย่างชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจครั้งใหม่นี้ ทำให้ยังไม่แน่ชัดว่าการคว่ำบาตรเพื่อสกัดแหล่งรายได้ของอิหร่านจะมีความแตกต่างจากมาตรการที่เคยดำเนินการมาก่อนหน้านี้มากน้อยเพียงใด








