ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดีที่ 13 ส.ค. ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยตลาดได้แรงหนุนจากการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเงินเฟ้อ และเพิ่มความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด จะยังคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ย.
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี รวมถึงการชะลอตัวลงของราคาน้ำมัน ซึ่งช่วยเพิ่มบรรยากาศเชิงบวกให้กับการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 53,839.99 จุด เพิ่มขึ้น 69.72 จุด หรือ 0.13% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,798.99 จุด เพิ่มขึ้น 50.49 จุด หรือ 0.65% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,803.03 จุด เพิ่มขึ้น 214.54 จุด หรือ 0.81%
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากราคาสินค้าและบริการในระดับผู้ผลิต เพิ่มขึ้น 4.7% ในเดือน ก.ค. เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 4.9% และชะลอตัวลงจากเดือน มิ.ย. ซึ่งเพิ่มขึ้น 5.5%
ส่วนดัชนีราคาผู้ผลิตพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 4.2% ในเดือน ก.ค. เมื่อเทียบรายปี ชะลอตัวลงจากระดับ 4.7% ในเดือน มิ.ย. และสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
ข้อมูลดัชนีราคาผู้ผลิตดังกล่าว ประกอบกับดัชนีราคาผู้บริโภคเดือน ก.ค. ที่ชะลอตัวลงสอดคล้องกับการคาดการณ์ ส่งผลให้นักลงทุนมีความหวังมากขึ้นว่าเฟดอาจตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมในการประชุมเดือน ก.ย. ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนแรงซื้อในตลาดหุ้นสหรัฐฯ
ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ปรับตัวขึ้น โดยดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.81% ขณะที่ราคาน้ำมันที่ชะลอตัวลงช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนและเงินเฟ้อ ทำให้นักลงทุนมีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางตลาดในระยะต่อไป








