สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม หลังตลาดกังวลแนวโน้มอุปสงค์น้ำมันทั่วโลกที่อ่อนแอลง โดยทบวงพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) และกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ต่างปรับลดคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันในปี 2569 ขณะที่สหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลสต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่สะท้อนถึงภาวะอุปสงค์ที่ซบเซา
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนกันยายน ลดลง 2.02 ดอลลาร์ หรือ 2.43% ปิดที่ 81.25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนตุลาคม ลดลง 1.91 ดอลลาร์ หรือ 2.15% ปิดที่ 87.07 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ตลาดน้ำมันได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมหลัง IEA ปรับลดคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกในปี 2569 โดยมีปัจจัยสำคัญจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยังคงดำเนินอยู่ รวมถึงราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้พลังงาน
IEA ระบุในรายงานตลาดน้ำมันประจำเดือนสิงหาคมว่า ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกในปีนี้จะลดลง 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยปรับลดประมาณการลงอีก 510,000 บาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับตัวเลขคาดการณ์ในรายงานเดือนกรกฎาคม
ขณะเดียวกัน โอเปกได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของอุปสงค์น้ำมันทั่วโลกในปี 2569 ลงอีกครั้ง โดยคาดว่าความต้องการใช้น้ำมันจะเพิ่มขึ้นเพียง 600,000 บาร์เรลต่อวัน สู่ระดับ 105.74 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากเดิมที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 800,000 บาร์เรลต่อวัน สู่ระดับ 105.94 ล้านบาร์เรลต่อวัน
การปรับลดประมาณการของทั้ง IEA และโอเปก ประกอบกับข้อมูลสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้นักลงทุนเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปสงค์น้ำมันที่ชะลอตัว และกดดันราคาน้ำมันดิบในตลาดนิวยอร์กให้ปรับตัวลงในการซื้อขายล่าสุด








