ราคาน้ำมันดิบ WTI ตลาดนิวยอร์กพุ่งขึ้นกว่า 5% ในการซื้อขายวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม 2569 หลังตลาดกังวลว่าอิหร่านและสหรัฐอเมริกาอาจไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ ขณะที่ทั้งสองฝ่ายต่างเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสงคราม ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มความกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันในตลาดโลก
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนกันยายน เพิ่มขึ้น 3.95 ดอลลาร์ หรือ 5.05% ปิดที่ 82.13 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 4.17 ดอลลาร์ หรือ 4.99% ปิดที่ 87.72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันราคาน้ำมันคือความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งพลังงานของโลก โดยตลาดจับตาความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอย่างใกล้ชิด หลังอิหร่านยื่นเงื่อนไขเพิ่มเติมเพื่อแลกกับการเปิดเส้นทางเดินเรือ ซึ่งรวมถึงข้อเรียกร้องเกี่ยวกับการชดเชยความเสียหายจากการโจมตีที่ผ่านมา
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เรียกร้องให้อิหร่านจ่ายค่าชดเชยแก่ผู้เสียชีวิตจากสงคราม รวมถึงความเสียหายจากการโจมตีและเหตุประท้วงที่เขาระบุว่ามีอิหร่านเกี่ยวข้อง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังอิหร่านเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปฏิบัติตามเงื่อนไขหลายประการ รวมถึงการชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับอิหร่าน นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อกว่า 5 เดือนก่อน
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดน้ำมันยังคงเผชิญความเสี่ยงด้านอุปทาน โดยนักลงทุนให้น้ำหนักกับความเป็นไปได้ที่ความขัดแย้งจะยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันราคาน้ำมันดิบให้ปรับตัวขึ้นแรงในครั้งนี้








