ตลาดน้ำมันดิบมีแนวโน้ม ผันผวนในกรอบสูงและมีโอกาสฟื้นตัวต่อในช่วงเปิดตลาดวันที่ 10 ส.ค. 2569 หลังราคาน้ำมันปิดบวกในวันศุกร์จากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจกระทบต่ออุปทานน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของโลก
ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. ปิดที่ 78.18 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 89 เซนต์ หรือ 1.15% ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนต.ค. ปิดที่ 83.55 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.06 ดอลลาร์ หรือ 1.29% สะท้อนว่านักลงทุนเริ่มกลับมาให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์มากขึ้น
ปัจจัยที่หนุนราคาน้ำมันในระยะสั้นคือ ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ หลังมีรายงานว่าอิหร่านกำลังพิจารณาร่างกฎหมายห้ามเรือของสหรัฐฯ และอิสราเอลเดินทางผ่านช่องแคบดังกล่าว หากมาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ตลาดจะกังวลว่าเส้นทางขนส่งพลังงานที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกอาจเผชิญข้อจำกัด
ช่องแคบฮอร์มุซมีความสำคัญอย่างมากต่อตลาดพลังงานโลก เนื่องจากเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณ หนึ่งในห้าของปริมาณการค้าทั่วโลก ดังนั้น หากสถานการณ์ยกระดับจนกระทบต่อการเดินเรือจริง ราคาน้ำมันมีโอกาสปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจากการเพิ่มขึ้นของค่าความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์
อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นของราคาน้ำมันในวันศุกร์ยังไม่ถือเป็นสัญญาณว่าตลาดกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอย่างชัดเจน เนื่องจากตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา WTI ลดลงมากกว่า 7% และเบรนท์ ลดลงมากกว่า 8% สะท้อนว่าตลาดยังมีแรงกดดันจากปัจจัยพื้นฐานอื่น ๆ และนักลงทุนยังคงระมัดระวังต่อแนวโน้มอุปสงค์และอุปทานน้ำมันในระยะถัดไป
สำหรับการซื้อขายวันที่ 10 ส.ค. ราคาน้ำมันจึงมีแนวโน้ม แกว่งตัวในทิศทางฟื้นตัว แต่ยังมีแรงขายทำกำไรและแรงกดดันจากการปรับตัวลงอย่างหนักในสัปดาห์ก่อน โดยตลาดจะจับตาความคืบหน้าการเจรจาเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซเป็นหลัก หากมีสัญญาณว่าการเดินเรือสามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ ความกังวลด้านอุปทานอาจคลี่คลายและกดดันราคาน้ำมันให้กลับมาอ่อนตัว
ในทางกลับกัน หากสถานการณ์ตึงเครียดขึ้น หรือมีการจำกัดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นรูปธรรม ราคาน้ำมันมีโอกาสเร่งตัวขึ้น โดยเฉพาะเบรนท์ซึ่งมีแนวโน้มตอบสนองต่อความเสี่ยงด้านอุปทานระหว่างประเทศอย่างรวดเร็ว
ตลาดน้ำมันดิบวันที่ 10 ส.ค. มีโอกาส เปิดบวกหรือเคลื่อนไหวในแดนบวกช่วงต้นตลาด จากแรงหนุนด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่ภาพรวมยังเป็นตลาดที่ผันผวนสูง โดย WTI มีแนวรับสำคัญบริเวณ 77-78 ดอลลาร์/บาร์เรล และแนวต้านเบื้องต้นบริเวณ 80 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่เบรนท์มีแนวรับบริเวณ 82-83 ดอลลาร์ และแนวต้านใกล้ 85 ดอลลาร์/บาร์เรล ทั้งนี้ ทิศทางจะขึ้นอยู่กับพัฒนาการเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซเป็นสำคัญ








