ตลาดหุ้นนิวยอร์กมีแนวโน้ม เปิดในแดนบวกและแกว่งตัวในระดับสูง ในวันที่ 10 ส.ค. 2569 หลังตลาดเมื่อวันศุกร์ปิดบวกทั้ง 3 ดัชนี โดยเฉพาะ Nasdaq ที่พุ่งขึ้น 1.30% ขณะที่ S&P500 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนว่านักลงทุนยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน
ปัจจัยหนุนสำคัญคือข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่อ่อนแอกว่าคาด การจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ค.ลดลง 23,000 ตำแหน่ง สวนทางกับที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 80,000 ตำแหน่ง อีกทั้งยังมีการปรับลดตัวเลขการจ้างงานในช่วง 2 เดือนก่อนหน้าอย่างมาก ข้อมูลดังกล่าวทำให้นักลงทุนเพิ่มความหวังว่า เฟดอาจมีพื้นที่ในการผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้น โดยเฉพาะการลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.
อย่างไรก็ตาม แม้อัตราว่างงานลดลงจาก 4.2% เหลือ 4.1% แต่การลดลงดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับการที่แรงงานบางส่วนออกจากตลาดแรงงาน จึงไม่ได้สะท้อนความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานอย่างชัดเจน นักลงทุนจึงยังต้องติดตามข้อมูลเศรษฐกิจชุดต่อไปเพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยของเฟด
ผลประกอบการยังเป็นแรงขับเคลื่อนตลาด
อีกปัจจัยที่ช่วยพยุงตลาดคือ ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยลดความกังวลก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการลงทุนจำนวนมหาศาลของบริษัทเทคโนโลยีในด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI
Nasdaq จึงมีโอกาสได้รับแรงซื้อเด่นกว่าดัชนีอื่น เนื่องจากหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นเติบโตมีความอ่อนไหวต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ย หากตลาดเชื่อว่าเฟดมีแนวโน้มลดดอกเบี้ย ต้นทุนเงินที่ลดลงจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจของหุ้นกลุ่มดังกล่าว
ผลงานรายสัปดาห์สะท้อนโมเมนตัมเชิงบวก
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดสัปดาห์ก่อนด้วยโมเมนตัมที่แข็งแกร่ง โดยดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 2.96% S&P500 เพิ่มขึ้น 3.58% และ Nasdaq เพิ่มขึ้นถึง 5.19% ซึ่งเป็นผลงานรายสัปดาห์ดีที่สุดของดัชนีหลักทั้ง 3 แห่งนับตั้งแต่กลางเดือนเม.ย.
การปรับขึ้นดังกล่าวสะท้อนแรงซื้อที่กระจายไปทั้งหุ้นขนาดใหญ่ หุ้นเทคโนโลยี และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ประกอบกับความกังวลเรื่องมูลค่าหุ้นและการใช้จ่ายด้าน AI เริ่มผ่อนคลายลง หลังบริษัทต่าง ๆ สามารถแสดงให้เห็นถึงผลประกอบการและแนวโน้มรายได้ที่ยังแข็งแกร่ง
ประเมินทิศทางวันที่ 10 ส.ค. 2569
สำหรับการซื้อขายในช่วงเปิดตลาดวันที่ 10 ส.ค. แนวโน้มหลักยังเป็นบวก แต่มีความเสี่ยงที่จะเกิดแรงขายทำกำไร หลังดัชนีปรับตัวขึ้นอย่างมากในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะ Nasdaq ที่เพิ่มขึ้นกว่า 5%
นักลงทุนอาจแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่เข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรต่อเนื่องจากความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ย และกลุ่มที่เลือกล็อกกำไรหลังตลาดพุ่งขึ้นทำระดับสูงใหม่ ดังนั้น แม้ปัจจัยพื้นฐานระยะสั้นยังสนับสนุนตลาด แต่ความผันผวนอาจเพิ่มขึ้นหากหุ้นขนาดใหญ่ปรับตัวขึ้นเร็วเกินไป
ดาวโจนส์ มีแนวโน้มเคลื่อนไหวแข็งแกร่งตามภาพรวมเศรษฐกิจ แต่ยังต้องระวังแรงขายทำกำไร ขณะที่ S&P500 มีปัจจัยหนุนจากสถิติสูงสุดใหม่และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน ส่วน Nasdaq มีโอกาสโดดเด่นที่สุดจากความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยและแรงซื้อหุ้นเทคโนโลยี
โดยสรุป ตลาดหุ้นนิวยอร์กก่อนเปิดตลาด 10 ส.ค. 2569 มีน้ำหนัก “บวกถึงทรงตัวในระดับสูง” ปัจจัยหนุนหลักมาจากความหวังว่าเฟดจะผ่อนคลายนโยบายการเงินและผลประกอบการบริษัทที่แข็งแกร่ง ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือการที่ตลาดปรับขึ้นมามากในสัปดาห์ก่อน ทำให้มีโอกาสเกิดแรงขายทำกำไรและความผันผวนระหว่างวัน
กลยุทธ์ระยะสั้น: นักลงทุนควรจับตาหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นขนาดใหญ่เป็นพิเศษ พร้อมติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้จะเป็นตัวชี้ว่าความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยในเดือนก.ย.มีความแข็งแกร่งเพียงใด








