วันที่ 7 สิงหาคม 2569 นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เผยว่า ขณะนี้มีผู้ขอทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้วกว่า 4.1 ล้านคน และตัวเลขเริ่มนิ่ง ยอมรับว่าข้อมูลในช่วงแรกอาจคลาดเคลื่อน ทั้งข้อมูลรายได้ที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ทราบมาก่อนว่ามีรายได้นี้ ซึ่งอาจเกิดจากการสร้างรายจ่ายเท็จในการลงทะเบียนเข้าร่วมบางกิจกรรม หรือ กรณีที่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีชื่อเป็นกรรมการบริษัท แต่เมื่อลงไปตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นผู้เดือดร้อนจริง ส่วนกรณีการโอนลอย ยอมรับว่ามีจำนวนมากกว่าที่คาด จึงต้องใช้กลไกของฐานข้อมูลจริงเข้ามาช่วยคัดกรอง ซึ่งกระทรวงการคลัง จะดำเนินการคืนสิทธิให้ประชาชนก่อน เพื่อลดความเดือดร้อน และช่วยเหลือประชาชนให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย โดยไม่จำกัดจำนวนผู้ได้รับสิทธิ โดยผู้ที่ถูกนำชื่อไปใช้โดยไม่รู้ขอให้แจ้งความและแค่ยืนยัน กระทรวงการคลังก็จะคืนสิทธิให้ โดยจะพิจารณาข้ออุทธรณ์ ซึ่งบางคนติด2 เกณฑ์ขึ้นไปให้แล้วเสร็จภายใน 30 ก.ย.ก่อนให้เริ่มใช้สทธิพร้อมกัน 1 ต.ค.69
โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่กระทรวงการคลังต้องเร่งแก้ไข คือกรณีของคนวัยแรงงาน 25-30 ปี ที่เคยได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและได้รับสิทธิต่อเนื่องในรอบนี้ทั้งที่ผ่านมาหลายปี ต้องตรวจสอบว่ามีความเจ็บป่วย หรือยังต้องการการสนับสนุนในด้านใด พร้อมทั้งหาแนวทางจัดสรรสวัสดิการรัฐรูปแบบอื่นให้ตรงจุดเพื่อสร้างโอกาสให้ประชาชนขยับฐานะให้พ้นจากความยากจนได้อย่างยั่งยื








