สัญญาน้ำมันดิบตลาดโลกปิดปรับตัวลดลงในการซื้อขายวันพฤหัสบดี (30 ก.ค.) แม้ระหว่างวันราคาจะพุ่งขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แต่แรงขายกลับเข้ามากดดันตลาด หลังมีรายงานว่า ซาอุดีอาระเบีย เดินหน้าผลักดันการจัดตั้งกลุ่มพันธมิตรทางทะเล เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงในทะเลแดงและเส้นทางเดินเรือสำคัญ
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนกันยายน ลดลง 87 เซนต์ หรือ 1.03% ปิดที่ 83.59 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนกันยายน ลดลง 1.71 ดอลลาร์ หรือ 1.88% ปิดที่ 89.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ระหว่างวัน ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง โดยน้ำมันเบรนท์แตะระดับสูงสุดที่ 93.31 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI ขึ้นไปแตะ 85.94 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังมีรายงานเกี่ยวกับการเผชิญหน้าทางทหารระลอกใหม่ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน อย่างไรก็ตาม ราคาเริ่มอ่อนตัวลงหลังข่าวการผลักดันความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเลของซาอุดีอาระเบีย
กระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบียเปิดเผยว่า มี 14 ประเทศ ร่วมสนับสนุนแนวคิดจัดตั้งพันธมิตรป้องกันภัยทางทะเล ครอบคลุมพื้นที่ ช่องแคบบับเอลมันเดบ ทะเลแดง และอ่าวเอเดน โดยประเทศที่ร่วมแถลงการณ์ ได้แก่ ตุรกี ปากีสถาน อียิปต์ ซูดาน และจิบูตี เป็นต้น
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากกลุ่มฮูตีในเยเมนประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบียเมื่อสัปดาห์ก่อน ส่งผลให้เส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านทะเลแดงเผชิญความไม่แน่นอนมากขึ้น
ปัจจุบัน ช่องแคบบับเอลมันเดบ มีความสำคัญมากขึ้นในฐานะเส้นทางขนส่งน้ำมันทางเลือก หลัง ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงพลังงานหลักของโลก เผชิญข้อจำกัดด้านการเดินเรือจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ขณะเดียวกัน สำนักข่าว Iranian Labour News Agency รายงานว่า อิหร่านและโอมานยังคงเดินหน้าเจรจาเกี่ยวกับการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ โดยนักวิเคราะห์จาก Capital Economics มองว่า หากการเจรจามีความคืบหน้า ก็อาจเพิ่มโอกาสให้เส้นทางเดินเรือดังกล่าวกลับมาเปิดใช้งานได้อีกครั้ง ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยที่นักลงทุนทั่วโลกจับตาอย่างใกล้ชิด








