มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส) ประกาศชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ ของทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ภายใต้การสนับสนุนด้านเทคนิคจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศญี่ปุ่น) หลังคว้าแชมป์ประเภทโอเวอร์ออลในการแข่งขันเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2026 หรือ เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2026 จัดขึ้นในประเทศไทยที่ผ่านมา ด้วยรถกระบะไทรทัน จำนวน 3 คัน (รุ่นT1 หรือ รถยนต์ครอสคันทรี ประเภทดัดแปลง) โดยความสำเร็จครั้งนี้ยังถือเป็นการรักษาแชมป์ประเภทโอเวอร์ออลได้เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน พร้อมจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เมื่อคู่หูนักแข่งและผู้นำทางสัญชาติญี่ปุ่นขึ้นครองตำแหน่งสูงสุดในประเภทโอเวอร์ออลได้เป็นครั้งแรก
การแข่งขันครั้งนี้มีระยะทางรวมทั้งหมด 2,145.19 กิโลเมตร โดยมีระยะทางช่วงสเปเชียลสเตจ (SS) อยู่ที่ 921.80 กิโลเมตร มร.คัตสึฮิโกะ ทากูชิ คว้าชัยชนะประเภทโอเวอร์ออลด้วยเวลารวม 12 ชั่วโมง 58 นาที 20 วินาที ในขณะที่ มร.คาสุโตะ โคอิเดะ จบการแข่งขันในอันดับที่ 27 ตามด้วย นายชยพล โยธา ในอันดับที่ 36 ของประเภทโอเวอร์ออล
ซึ่งการแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ “AXCR” จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 31 ในปีนี้ เป็นแรลลี่ครอสคันทรีระดับตำนานของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยประเทศไทยเป็นสนามหลักและเป็นสถานที่จัดการแข่งขันเพียงแห่งเดียวในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยเส้นทางป่าทึบ และพื้นที่เกษตรกรรมที่มีสภาพภูมิประเทศคล้ายคลึงกันจนอาจทำให้หลงทางได้ง่าย ไปจนถึงเส้นทางที่เต็มไปด้วยก้อนหินขนาดใหญ่ จุดข้ามลำน้ำที่ยากต่อการประเมินแนวทางการขับขี่ ตลอดจนร่องโคลนที่ลึกและลื่น ประกอบกับสภาพอากาศร้อนชื้น ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความท้าทายอันหฤโหด
ทั้งนักแข่ง ทีมงาน และตัวรถ ที่ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต สามารถฝ่าฟันจนคว้าแชมป์ประเภทโอเวอร์ออลมาครองได้ ท่ามกลางคู่แข่งมากฝีมือในศึกแรลลี่ที่ความสำเร็จต้องอาศัยทั้งทักษะด้านการขับขี่ ความเชี่ยวชาญในการนำทาง และการทำงานร่วมกันเป็นทีม แม้ปัจจัยเรื่องโชคจะมีส่วนชี้ชะตาในการแข่งขันด้วยก็ตาม
มร.ฮิโรชิ มาซูโอกะ ผู้อำนวยการทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต เปิดแผยว่า ผมรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่นักแข่งและผู้นำทางชาวญี่ปุ่นสามารถคว้าชัยชนะในการแข่งขันรายการนี้ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ การแข่งขันในปีนี้เป็นการต่อสู้กันอย่างสูสีตั้งแต่เริ่มต้น และยากที่จะคาดเดาได้ว่าใครจะเป็นผู้คว้าชัยชนะในท้ายที่สุด ผมเชื่อว่าความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นและการทำงานเป็นทีมอย่างเต็มที่ของสมาชิกทีมทุกคน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้นำประสบการณ์ที่สั่งสมจากการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตภายใต้สภาวะสุดขั้วนี้ มาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนารถยนต์ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายจริงมาอย่างยาวนาน ประโยชน์ที่ได้รับนั้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านสมรรถนะการขับขี่ แต่ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยอันเป็นคุณลักษณะที่สำคัญของรถยนต์มิตซูบิชิ เช่นเดียวกับการพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรม ประสบการณ์ที่ได้รับจากสภาพแวดล้อมในการแข่งขันเช่นนี้จะช่วยต่อยอดและนำไปพัฒนาต่อเนื่องได้อย่างแน่นอน ผมขอขอบคุณทุกคนสำหรับการสนับสนุนที่มีให้กับทีมของเรา








