ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดการซื้อขายวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2569 ในแดนลบ โดยดัชนีดาวโจนส์ร่วงกว่า 300 จุด หลังนักลงทุนกังวลสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ขณะเดียวกันยังรอติดตามการประกาศผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในสัปดาห์นี้ นำโดย Alphabet และ Intel ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางตลาดในระยะสั้น
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 51,839.26 จุด ลดลง 307.16 จุด หรือ 0.59% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,443.28 จุด ลดลง 14.41 จุด หรือ 0.19% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,508.07 จุด ลดลง 12.17 จุด หรือ 0.05%
แรงกดดันสำคัญของตลาดยังมาจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ประกาศใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้เกิดความกังวลว่าความขัดแย้งอาจขยายวงกว้าง และกระทบต่อเส้นทางขนส่งพลังงาน รวมถึงการค้าโลก
นักวิเคราะห์มองว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นการเปิดแนวรบใหม่ของความขัดแย้งที่เชื่อมโยงกับสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ทำให้นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง และหันไปติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม ยังมีสัญญาณเชิงบวกจากฝั่งการทูต หลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยกับสื่อว่า ประเทศที่ทำหน้าที่เป็นคนกลางระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ได้เสนอให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิงเป็นเวลา 10 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเจรจาสันติภาพ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง อาจช่วยลดแรงกดดันต่อบรรยากาศการลงทุนและตลาดการเงินโลกในระยะต่อไป








