วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงกรณีถูกวิจารณ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จนต้องปรับทบทวนเกณฑ์อีกครั้งว่า หัวใจหลักของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คือต้องการดูแลผู้ที่เดือดร้อนจริงๆ ซึ่งโครงการนี้ รัฐบาลไม่ได้ทบทวนมานาน 4-5 ปี ประกอบกับมีข้อร้องเรียนเข้ามามากว่า มีคนจนไม่จริงอยู่เยอะ จึงต้องทบทวนใหม่ พร้อมระบุว่า ดีใจที่กระบวนการลงทะเบียน ทำให้คนผู้ที่เดือดร้อน แต่ไม่เคยอยู่ในระบบกว่า 2.3 ล้านคน เป็นคนจนที่ผ่านเกณฑ์ทุกอย่าง
นายเอกนิติ กล่าวว่า กระทรวงการคลัง กำลังเร่งทบทวนปัญหา 2 เรื่อง คือ พบมีคนไปหลอกลวงชาวบ้านเป็นจำนวนมาก เอาข้อมูลของชาวบ้านไปจดทะเบียนบริษัท หรือเปิดบัญชีซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งชาวบ้านไม่ทราบเรื่องว่า ถูกหลอก แต่กลุ่มคนเหล่านี้ที่เดือดร้อนจริง โดยรัฐบาลยืนยัน จะให้ทบทวนสิทธิเต็มที่ พร้อมประสานกระทรวงมหาดไทย ในการอำนวยความสะดวก และช่วยเหลือให้สามารถทบทวนสิทธิได้ ส่วนสิทธิอื่นๆ เช่น ผู้สูงอายุ, ผู้พิการ ทุกอย่างยังเหมือนเดิมหมด
ส่วนกรณีที่มีข้อร้องเรียน จนทำให้กระทรวงการคลังต้องปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ไปเรื่อยๆ หรือไม่นั้น นายเอกนิติ ยืนยันว่า การรับฟังความเห็นประชาชนวันนี้ คือเอาของจริงมาเปิดให้ดู ให้เห็นว่า ระบบข้อมูลต่างๆ ที่มีอยู่ไม่ถูกต้อง ถือว่า เป็นการรื้อระบบ ระบบคนที่ถูกหลอก ต้องช่วยคนที่เดือดร้อน ให้นโยบายไปแล้วว่า คนที่เดือดร้อนทบทวนสิทธิต้องดูแลเต็มที่
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมอำนวยความสะดวก ให้กับประชาชนที่สงสัยว่าถูกนำชื่อ มาเปิดบัญชีหลักทรัพย์หรือมีชื่อเป็นกรรมการในบริษัทจดทะเบียนจนไม่สามารถได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยผู้ถูกตัดสิทธิ์สามารถได้ด้วยตัวเอง หรือโทรศัพท์สอบถาม พร้อมเตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพาณิชย์ในฐานะผู้ให้บริการในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท เพื่อตรวจสอบต่อไป








