ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในการซื้อขายวันจันทร์ที่ 20 ก.ค. หลังนักลงทุนติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยแม้กลุ่มฮูตีในเยเมนจะประกาศปิดล้อมเส้นทางเดินเรือต่อซาอุดีอาระเบีย ซึ่งสร้างความกังวลต่ออุปทานพลังงานโลก แต่ขณะเดียวกันก็มีสัญญาณเชิงบวกเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเปิดโต๊ะเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนสิงหาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้น 74 เซนต์ หรือ 0.9% ปิดที่ระดับ 83.23 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนกันยายน เพิ่มขึ้น 1.12 ดอลลาร์ หรือ 1.27% ปิดที่ 89.22 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ตลอดการซื้อขาย ราคาน้ำมันเคลื่อนไหวผันผวน เนื่องจากตลาดประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ประกาศใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย พร้อมกล่าวหาว่าซาอุดีอาระเบียมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีท่าอากาศยานซานาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
นักวิเคราะห์มองว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจถือเป็นการเปิดแนวรบใหม่ของความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันและการค้าโลก หากสถานการณ์ยกระดับรุนแรงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากรายงานที่ระบุว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยว่า ประเทศตัวกลางที่ทำหน้าที่ประสานระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ได้เสนอให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิงเป็นเวลา 10 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเจรจาสันติภาพ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง อาจช่วยลดความตึงเครียดในภูมิภาคและคลายความกังวลด้านอุปทานน้ำมันในตลาดโลกได้ในระยะต่อไป








