เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2569 กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกที่ 9 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค. ตามเวลาสหรัฐฯ ขณะที่อิหร่านได้ดำเนินการโจมตีตอบโต้เช่นกัน ทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น และยังไม่มีสัญญาณว่าจะยุติลงในระยะเวลาอันใกล้
การโจมตีตอบโต้ระหว่างสองฝ่ายที่ดำเนินต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มขยายวงกว้างมากขึ้น โดยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเป้าหมายทางทหารเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงสะพาน ระบบสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกบริเวณท่าเรือ ซึ่งเป็นปัจจัยที่เพิ่มความกังวลว่าโอกาสในการกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงหยุดยิงถาวรอาจลดลง
ขณะเดียวกัน อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ได้โพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชันเทเลแกรมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ระบุว่า ข้อเรียกร้องบางประการที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน อาจยังไม่สามารถหาข้อสรุปหรือทางออกได้ในขณะนี้
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อตลาดพลังงาน โดยราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้น 2.41% แตะระดับ 84.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อเวลา 07.18 น. ตามเวลาไทย วันที่ 20 ก.ค. 2569 หลังจากก่อนหน้านี้ราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้น 4.48% ปิดที่ 82.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ที่ 17 ก.ค. และตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมัน WTI ปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 16%
ด้าน CENTCOM ยังเปิดเผยว่า มีทหารอเมริกันเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 นาย ซึ่งถือเป็นรายที่ 3 จากการสู้รบระลอกล่าสุดกับอิหร่าน ส่งผลให้ยอดรวมทหารสหรัฐฯ ที่เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 17 นาย นับตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
#ราคาน้ำมัน #น้ำมันWTI #น้ำมันดิบ #สหรัฐอเมริกา #อิหร่าน #สงครามตะวันออกกลาง #ตลาดน้ำมัน #เศรษฐกิจโลก #พลังงานโลก #ข่าวต่างประเทศ








