ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นและบรรลุเป้าหมายการสร้างรอยยิ้มอย่างยั่งยืน สำหรับงาน "4 ปี ชุมชนยิ้มได้ สุขเต็มตลาด" ซึ่งทุกชิ้นเริ่มต้นจากรอยยิ้มของชุมชน สู่รอยยิ้มของทุกคน โดยเมื่อวันที่ 1-2 กรกฎาคม ที่ผ่านมาได้เนรมิตโถงทางเดิน ปตท. สำนักงานใหญ่ ให้กลายเป็นตลาดแห่งความสุข ยกร้านค้าชุมชนกว่า 40 ร้านค้าจากทั่วประเทศ มาส่งต่อของกิน ของใช้ และของดีจากชุมชนทั่วประเทศ ถึงมือคนเมือง ซึ่งภาพความคึกคักตลอดการจัดงานไม่เพียงแต่สร้างรายได้หมุนเวียน แต่ยังเป็นภาพสะท้อนความสำเร็จอันเด่นชัดของ "4 มิติแห่งความสุข" ที่เริ่มต้นจากรอยยิ้มเล็กๆ ของชาวบ้าน จนกลายเป็นพลังความสุขที่ส่งต่อถึงทุกคนได้อย่างแท้จริง ซึ่งร้อยเรียงผ่านเรื่องราวความสุขในแต่ละมิติ
เริ่มจาก สุขจาก "กินดีอยู่ดี"– สร้างอาชีพ สร้างรายได้ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีจากรากฐานของชุมชน การสร้างโอกาสทางการตลาด และการสนับสนุนองค์ความรู้ในด้านต่างๆ เพื่อให้คนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถพึ่งพาตนเองได้ และเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากรากฐานของตนเอง
สุขจาก “รักษ์โลก รักษ์ถิ่น” – ต่อยอดวัสดุเหลือใช้ สู่ความสุขที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะความสุขที่ยั่งยืนจำเป็นต้องดูแลทั้งผู้คนและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน “ชุมชนยิ้มได้” จึงสนับสนุนการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อโลก ด้วยการนำวัสดุเหลือใช้หรือทรัพยากรในท้องถิ่นกลับมาหมุนเวียนใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อลดผลกระทบต่อธรรมชาติ และสร้างความภาคภูมิใจให้คนในชุมชนที่มีส่วนร่วมในการดูแลโลกและรักษาบ้านเกิดของตนเองให้น่าอยู่ต่อไป
สุขจาก “ภูมิใจในคุณค่า” – ยกระดับภูมิปัญญาชุมชน สู่สินค้าที่มีคุณค่าและเรื่องราว ทุกผลิตภัณฑ์ของชุมชนล้วนสะท้อนเรื่องราว วิถีชีวิต และภูมิปัญญาที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น “ชุมชนยิ้มได้” จึงร่วมผลักดัน ถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ ถึงผู้คนในวงกว้างมากขึ้น เพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้คนในชุมชนเห็นถึงคุณค่าของสิ่งที่ตนเองมี และร่วมกันสืบสานอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
สุขจาก "การเติบโตร่วมกัน" - เชื่อมพลังทุก
สุขจาก "การเติบโตร่วมกัน" - เชื่อมพลังทุกภาคส่วน สร้างการเติบโตที่แบ่งปันความสุขร่วมกัน ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา “ชุมชนยิ้มได้” เติบโตจากความร่วมมือของทั้งองค์กร ชุมชน และลูกค้า ที่ร่วมกันสนับสนุนและสร้างโอกาสให้แก่กัน เพราะเราเชื่อว่าความสุขที่แท้จริง คือการเติบโตไปพร้อมกันอย่างสมดุล ทุกความร่วมมือจึงเป็นพลังสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจชุมชนที่เข้มแข็ง และส่งต่อรอยยิ้มสู่สังคมอย่างยั่งยืน
การพาร้านค้ากว่า 40 ร้านค้ามาพบผู้บริโภคโดยตรงในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างรายได้หมุนเวียนในทันที แต่ยังช่วยพัฒนาทักษะการตลาดและการพึ่งพาตนเองในระยะยาว เพื่อให้ชุมชนสามารถหยัดยืนได้อย่างแข็งแกร่ง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างมั่นคงตัวอย่างความสำเร็จที่เห็นได้ชัดคือ คุณพชรพล เหลืองธุวปราณีต จากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตและแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรบางปลาคลองนก จังหวัดนครปฐม ที่ได้นำผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมัลเบอร์รี่กลับมาสร้างรอยยิ้มให้กับคนเมืองเป็นครั้งที่สอง พร้อมบอกเล่าเรื่องราวการพลิกฟื้นรายได้ของคนในท้องถิ่นไว้อย่างน่าประทับใจ
"ดีใจมากครับที่ได้กลับมาร่วมออกร้านกับ ปตท. เป็นครั้งที่สอง เพราะครั้งแรกผลตอบรับดีเกินคาด ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเราเป็นการนำมัลเบอร์รี่มาแปรรูปหลากหลายรูปแบบ สินค้าขายดีประจำร้านคือ มัลเบอร์รี่โยเกิร์ต และมัลเบอร์รี่อบแห้ง รวมถึงน้ำมัลเบอร์รี่สูตรหญ้าหวานที่ดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้เรายังดึงเอาผลไม้พื้นบ้านอย่าง ตะลิงปิง มะม่วงหาวมะนาวโห่ และชมพู่ มามิกซ์กับซอสมัลเบอร์รี่ เพื่อสร้างความแปลกใหม่และเพิ่มมูลค่า ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
จุดเริ่มต้นของพวกเรามาจากสมาชิกวิสาหกิจชุมชน 20 คน ซึ่งส่วนใหญ่มีอาชีพทำนาเป็นหลัก เราจึงส่งเสริมให้สมาชิกปลูกมัลเบอร์รี่ตามคันนาที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ จากพื้นที่เริ่มต้นของผมเพียงไร่ครึ่ง วันนี้คันนาว่างเปล่าเหล่านั้นได้กลายเป็นพื้นที่สร้างเงิน รายได้จากการแปรรูปมัลเบอร์รี่ส่งขายในบางช่วงทำเงินได้มากกว่าการทำนาเสียอีก แถมยังมีรายได้เข้ามาตลอดทั้งปี ทำให้พื้นที่ทุกตารางนิ้วเกิดประโยชน์สูงสุด ต้องขอขอบคุณ ปตท. ที่ให้โอกาสมาร่วมออกร้านในวันนี้ ทำให้ได้มีช่องทางตลาดที่แข็งแกร่ง และสร้างรายที่ยั่งยืนกลับคืนสู่ชุมชนครับ"
รวมถึงร่วมกันสืบสานอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างยั่งยืนตัวอย่างที่เด่นชัดคือ คุณช่อลัดดา กลัดงิ้ว จากกลุ่มทอผ้าบ้านราษฎร์เกษมศรี จังหวัดหนองบัวลำภู ที่ได้นำเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ตัดเย็บจากผ้าฝ้ายทอมือดีไซน์ร่วมสมัย มาร่วมออกร้านจนได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากคนเมือง ซึ่งเบื้องหลังความงดงามของผืนผ้าฝ้ายนี้ เต็มไปด้วยความใส่ใจอันลึกซึ้งที่ส่งต่อผ่านบทสัมภาษณ์ของเธอ
"ถ้าอยากได้ผ้าฝ้ายที่ดี เราต้องเริ่มดูแลเขาให้ดีตั้งแต่อยู่ในไร่ค่ะ ต้นฝ้ายนี่เราต้องประคบประหงมเป็นอย่างดี คอยเฝ้าระวังพวกแมลงไม่ให้มารบกวน เพราะความใส่ใจในขั้นตอนนี้คือหัวใจสำคัญที่ทำให้เราได้เส้นฝ้ายที่มีคุณภาพสูง มีความเหนียวแน่น แข็งแรง ทนทาน และเมื่อนำมาทอเป็นผืนผ้าก็จะให้สัมผัสที่นุ่มนวล สวมใส่แล้วเย็นสบาย เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเรามากที่สุดยิ่งเมื่อนำเส้นฝ้ายคุณภาพดีเหล่านี้ มาร้อยเรียงเข้ากับลวดลายโบราณอันเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มเรา ไม่ว่าจะเป็นลายราชวัตร ลายกิชหมัดมี่ ลายหมัดมี่ ที่ต้องใช้ความประณีตขั้นสูงในการมัดและการทอทีละเส้น ยิ่งทำให้เสื้อผ้าฝ้ายของเรามีเรื่องราวและมีคุณค่าในตัวเองการได้นำเสื้อผ้าฝ้ายที่พวกเราตั้งใจปลูก ตั้งใจทอ และตัดเย็บด้วยตัวเอง มาร่วมออกร้านในงาน 4 ปี ชุมชนยิ้มได้ ครั้งนี้ แล้วเห็นคนเมืองชื่นชอบ อุดหนุน และชื่นชมในความใส่ใจของเรา มันทำให้คนทำงานในชุมชนอย่างพวกเราตื้นตันใจและภูมิใจมากค่ะ ขอบคุณโครงการที่ทำให้ภูมิปัญญาพื้นบ้านของหนองบัวลำภูเดินทางมาสร้างรอยยิ้มและส่งต่อคุณค่าให้แก่ทุกคนในวันนี้ค่ะ"
โครงการชุมชนยิ้มได้ ก่อตั้งเมื่อปี 2563 ในช่วงวิกฤต COVID-19 สร้างโอกาสทางการตลาดให้ชุมชน ผ่านช่องทางของกลุ่ม ปตท. เพื่อเข้าถึงตลาดผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวาง จนพาสินค้าชุมชน เข้าสู่ตลาด E-Commerce ผสานความร่วมมือกับไปรษณีย์ไทย ต่อยอดพัฒนาช่องทาง www.ชุมชนยิ้มได้.com พร้อมก้าวสู่การตลาดเพื่อความยั่งยืน นอกจากนี้ยังได้จัดตั้ง “ร้านชุมชนยิ้มได้ Official Store” ณ พื้นที่ ปตท. สำนักงานใหญ่ โดยในปัจจุบัน มีจำนวนชุมชนที่เข้าร่วมโครงการฯ กว่า 700 ชุมชน และจำนวนสินค้าที่อยู่ในโครงการฯ กว่า 2,000 รายการ
จากอดีตสู่ปัจจุบัน และก้าวไกลสู่อนาคต “ชุมชนยิ้มได้ โดย กลุ่ม ปตท.” ยังคงเดินหน้าแสวงหาช่องทางการตลาดสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากชุมชนทั่วประเทศ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานราก และสร้างรอยยิ้มแห่งความสุขให้กับชุมชนตลอดไป








