ตลาดน้ำมันโลกมีแนวโน้มเปิดการซื้อขายในวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2569 ด้วยบรรยากาศเชิงบวก (Bullish) หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยแรงหนุนหลักยังคงมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งสร้างความกังวลต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปิดตลาดวันศุกร์ (17 ก.ค.) พุ่งขึ้น 3.54 ดอลลาร์ หรือ 4.48% ปิดที่ 82.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 3.87 ดอลลาร์ หรือ 4.59% ปิดที่ 88.10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันทั้ง WTI และเบรนท์พุ่งขึ้นประมาณ 16% โดยเบรนท์ปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 ส่วน WTI ปรับขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน สะท้อนแรงซื้อจากนักลงทุนที่เข้าถือครองสินทรัพย์ด้านพลังงานเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากสถานการณ์ความขัดแย้ง
ปัจจัยหนุนตลาดก่อนเปิด
ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนจับตาคือความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมัน หลังการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านทวีความรุนแรงมากขึ้น จนเกิดความกังวลว่าการขนส่งน้ำมันผ่านเส้นทางสำคัญของโลกอาจได้รับผลกระทบ
นอกจากข้อจำกัดในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว ตลาดยังกังวลว่าหากสถานการณ์ลุกลามจนกระทบการเดินเรือในทะเลแดงเพิ่มเติม จะยิ่งสร้างแรงกดดันต่อห่วงโซ่อุปทานน้ำมันโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อจากความเสี่ยงด้านอุปทาน (Supply Risk Premium)
แนวโน้มวันที่ 20 ก.ค. 2569
คาดว่าราคาน้ำมันมีโอกาส แกว่งตัวในแดนบวก และอาจเปิดตลาดด้วยแรงซื้อเก็งกำไรต่อเนื่อง หากไม่มีสัญญาณผ่อนคลายความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
อย่างไรก็ตาม หลังจากราคาปรับตัวขึ้นแรงกว่า 16% ภายในสัปดาห์เดียว นักลงทุนบางส่วนอาจเลือกขายทำกำไรในระหว่างวัน ส่งผลให้ราคามีความผันผวนมากกว่าปกติ แม้ทิศทางหลักยังคงเป็นขาขึ้น
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
- พัฒนาการของสถานการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
- ความปลอดภัยของเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดง
- ท่าทีของประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ หากมีการส่งสัญญาณเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อลดผลกระทบด้านอุปทาน
- แรงขายทำกำไร หลังราคาน้ำมันปรับขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา
มุมมองตลาด
ในระยะสั้น ตลาดน้ำมันยังได้รับแรงหนุนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์เป็นหลัก ทำให้แนวโน้มก่อนเปิดตลาดวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ยังอยู่ในเชิงบวก โดยน้ำมันดิบ WTI มีโอกาสเคลื่อนไหวเหนือระดับ 82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์มีโอกาสทรงตัวเหนือ 88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากสถานการณ์ความขัดแย้งยังไม่มีสัญญาณคลี่คลาย








