คุยเฟื่องเรื่องต่างประเทศ/ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย
ขณะนี้สหรัฐฯเปิดฉากถล่มโจมตีอิหร่านรอบสองอีกครั้งหนึ่ง โดยเมื่อวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2026 ที่เพิ่งผ่านมานี้ ซึ่งเกิดขึ้นตามความคาดหมายของ “เดวิด แซงเกอร์”นักการทูตสหรัฐฯ และ “ริชาร์ด แฮส” นักเขียนชื่อเสียงโด่งดัง ที่ทั้งคู่ต่างก็เป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับสงครามมานานกว่าสี่สิบปี
ทั้งสองต่างก็ออกมาทำนายล่วงหน้าว่า “โอกาสที่สหรัฐฯกับอิหร่านจะเปิดฉากทำสงครามกันอีกในรอบสอง คงจะมีเกิดขึ้นอย่างแน่นอน” โดยทั้งคู่ต่างก็ให้เหตุผลในทำนองที่ว่า “ เนื่องจากข้อตกลงในการเจรจายุติสงครามเป็นไปแบบคลุมเครือ และยังเป็นการเปิดช่องโหว่ให้แต่ละฝ่าย นำมาแอบอ้างในการโจมตีซึ่งกันและกัน!!!
โดยเมื่อวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2026 “ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” ออกมาสั่งการให้กองทัพสหรัฐฯเปิดฉากโจมตีอิหร่าน โดยเขากล่าวอ้างว่า “การที่สหรัฐฯเปิดฉากโจมตีอิหร่านในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากอิหร่านถล่มโจมตีจุดยุทธการของทหารสหรัฐไปกว่า 170 จุด” โดยเขาออกมากล่าวอ้างว่า “อิหร่านละเมิดข้อตกลง”
ทั้งนี้การที่ประธานาธิบดีทรัมป์มีมาตรการเปิดฉากโจมตีอิหร่านรอบใหม่ในครั้งนี้ เขาบอกว่า ได้แจ้งให้สภาคองเกรสรับทราบเรียบร้อยแล้ว
อนึ่งที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2026นี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ มีการเฉลิมฉลองการเซ็นบันทึกความเข้าใจ หรือ “MOU” เพื่อยุติสงครามที่ กรุงแวร์ซาย แต่กลับปรากฏว่า เขากลับออกมาวิพากษ์วิจารณ์ท่าทีของอิหร่าน ด้วยท่าทีและภาษาที่กร้าวร้าวและหยาบคาย
อย่างไรก็ตามอิหร่านก็มิได้ยอมอ่อนข้อต่อคำวิจารณ์ของประธานาธิบดีทรัมป์แต่อย่างใด เปรียบประหนึ่งว่า อิหร่านพร้อมแล้วที่จะรับมือกับสหรัฐฯในทุกๆรูปแบบ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน และต่างฝ่ายก็ต่างใช้วาจาสาดกันอย่างรุนแรง โดยมิมีฝ่ายใดเกรงกลัวต่อกัน!!!
และนอกเหนือจากนั้น สหรัฐฯยังออกมาประกาศว่า จะใช้กองทัพเรือเข้าไปล้อม “ช่องแคบฮอร์มุซ”อีกครั้ง โดยจะเริ่มขึ้นในเวลา 16.00 เย็นของวันที่ 21 กรกฎาคม 2026
นับตั้งแต่ประธานาธิบดีทรัมป์เข้าสู่ทำเนียบขาวในสมัยที่สอง เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2025 เขาได้ออกมาแสดงความชัดเจนอย่างหนักแน่นและแบบแน่ใจอย่างเต็มเปี่ยมในทำนองที่ว่า “ไม่มีกลุ่มของผู้มีอำนาจในประเทศใดก็ตาม จะเข้ามาขัดขวางรัฐบาลของเขาได้”
จากผลการหยั่งเสียงครั้งล่าสุดของ “สำนักข่าวรอยเตอร์ส”เมื่อวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2026 ได้ออกมาเปิดเผยว่า ชาวอเมริกัน 4 ใน 5 คน ต่างมีความคิดเห็นว่า สงครามรอบใหม่กับอิหร่านในครั้งนี้ คงจะกลายเป็นสงครามที่ยืดเยื้อ ใช้ระยะเวลายาวนาน ( ข้อมูลจาก Reuters: “Americans expect prolonged US-Iran war as ceasefire falters, July 13, 2026)
อีกทั้งยังมีสำนักหยั่งเสียงอีกหลายๆสำนักออกมาลงความเห็นในทำนองเดียวกัน ที่มีความคล้ายคลึงกันถึง 79% ว่า สงครามรอบใหม่คงจะยาวนาน แต่มีคนอเมริกัน 37% ออกมาเห็นด้วยต่อมาตรการการทำสงครามครั้งใหม่กับอิหร่านของประธานาธิบดีทรัมป์
กล่าวโดยสรุปทั้งนี้และทั้งนั้นการทำสงครามครั้งใหญ่ๆของสหรัฐฯ ที่ไม่ว่าจะเป็น สงครามเวียดนาม สงครามอิรัก หรือแม้กระทั่งสงครามอิหร่านในขณะนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นสงครามที่สร้างความเจ็บปวดทางด้านเศรษฐกิจไปทั่วทุกมุมโลกอย่างมากมายมหาศาล โดยสิ่งที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้คนส่วนใหญ่ ก็คงหนีไม่พ้นเรื่อง ราคาน้ำมันที่จะพุ่งสูงขึ้น และแน่นอนว่า ผลกระทบที่จะตามมาก็คือ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคก็จะพุ่งสูงขึ้น แถมยังมีผลทำให้ค่าโสหุ้ยประจำวันสูงมากขึ้น ในขณะที่รายรับยังมีเท่าเดิม แต่กลับมีรายจ่ายสูงมากขึ้น จนสินค้าที่ต้องนำมาใช้สอยแพงขึ้นจนหูฉี่ อย่างที่ประชากรทั่วทุกมุมโลกต้องรับกรรม แบกรับภาระแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยละครับ








