ดัชนีตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในการซื้อขายวันพุธที่ 1 กรกฎาคม โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับตัวลดลงเล็กน้อย ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดอ่อนตัวลงเช่นกัน จากแรงขายที่เกิดขึ้นในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับระดับมูลค่าหุ้นที่อยู่ในเกณฑ์สูง รวมถึงการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่
อย่างไรก็ตาม ตลาดสามารถลดช่วงการปรับตัวลงได้บางส่วน หลังหุ้น Meta Platforms ปรับตัวแข็งแกร่ง และนักลงทุนตอบรับเชิงบวกต่อความเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มเงินเฟ้อของเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
สำหรับการเคลื่อนไหวของดัชนีสำคัญ มีดังนี้
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 52,305.24 จุด ลดลง 13.96 จุด หรือ 0.03%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,483.23 จุด ลดลง 16.13 จุด หรือ 0.22%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,040.03 จุด ลดลง 173.69 จุด หรือ 0.66%
ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในดัชนี S&P500 ร่วงลง 1.84% ขณะที่หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวลดลงถึง 6.3% สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อมูลค่าหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาอยู่ในระดับสูง รวมถึงเม็ดเงินลงทุนด้าน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ
แรงขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีส่งผลให้ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดอ่อนตัว หลังจากดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีเพิ่งทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 โดยดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 13% ซึ่งถือเป็นผลงานรายไตรมาสที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2565 ขณะที่ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 14.9% และดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้นถึง 21.4% ซึ่งเป็นการเติบโตรายไตรมาสที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563








