วันที่ 26 มิถุนายน 2569 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) ซึ่งรัฐบาลยืนยันเดินหน้าขับเคลื่อน โครงการแลนด์บริดจ์ โดยเน้นย้ำความโปร่งใสในทุกขั้นตอน พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนและเอกชนอย่างทั่วถึง ล่าสุดเตรียมเรียกประชุมคณะอนุกรรมการฯญ วันที่ 3 กรกฎาคมนี้ เพื่อพิจารณารายละเอียดเชิงเทคนิคและสมมติฐานการดำเนินงาน
ทั้งนี้การดำเนินงานของคณะกรรมการศึกษาแนวทางการขับเคลื่อนโครงการฯ เป็นไปอย่างจริงจังและโปร่งใส โดยไม่ได้นิ่งนอนใจต่อข้อกังวลของทุกภาคส่วน ซึ่งรัฐบาลเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนที่ไม่ได้เป็นกรรมการเข้าร่วมรับฟังข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ เพื่อแสดงให้เห็นว่าสามารถตรวจสอบได้ในทุกประเด็น และขอปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่ารัฐบาลจะเดินหน้าโดยไม่ฟังเสียงประชาชน ซึ่งการตั้งคณะกรรมการขึ้นมานั้นก็เพื่อนำข้อเท็จจริงมาประเมินอย่างรอบด้านว่าโครงการ “ไปได้หรือไปไม่ได้” หรือมีส่วนใดที่ต้องปรับปรุงเพื่อให้ทุกฝ่ายยอมรับ
"รัฐบาลได้สั่งการให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) นำข้อมูลการค้าโลกที่เป็นปัจจุบัน เช่น ข้อมูล UN Trade ปี 2566 มาใช้แทนข้อมูลปี 2562 เพื่อให้การประเมินความคุ้มค่าแม่นยำที่สุด ใส่ใจผลกระทบสิ่งแวดล้อมและอาชีพคนในพื้นที่ นอกจากการประเมินทางเศรษฐกิจแล้ว คณะอนุกรรมการชุดที่ 2 ยังได้พิจารณารายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) ทั้งในส่วนของมอเตอร์เวย์ รถไฟ และท่าเรือ โดยมีประเด็นที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมได้แก่ ปัญหาฝุ่นละอองจากการขุดลอกร่องน้ำ การสูญเสียพื้นที่ป่าทรัพยากรธรรมชาติ และที่สำคัญที่สุดคือ ผลกระทบต่ออาชีพและรายได้ของประชาชนในพื้นที่ โดยทีมงานมีกำหนดการลงพื้นที่ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้เพื่อเก็บข้อมูลจริง" นายดนุชา กล่าว และว่า ประเด็นที่มีตัวแทนภาคประชาชนลาออกจากคณะกรรมการยืนยันว่า ไม่กระทบต่อการพิจารณาโครงการและยังคงเดินหน้าประชุมตามกรอบเวลาเดิมที่วางไว้ 90 วัน โดยคาดว่าจะมีการประชุมสรุปผลทั้งหมดเพื่อนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีได้ภายในเดือนสิงหาคมนี้ ทั้งนี้ รัฐบาลมุ่งหวังให้โครงการแลนด์บริดจ์เป็นโครงการที่สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการกระจายประโยชน์สู่คนในพื้นที่อย่างยั่งยืน








