ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นและทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันจันทร์ (15 มิ.ย.) หลังนักลงทุนตอบรับเชิงบวกต่อข่าวสหรัฐอเมริกาและอิหร่านบรรลุข้อตกลงยุติความขัดแย้ง และเตรียมกลับมาเปิดใช้ช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลง และช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันเงินเฟ้อ
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJIA) ปิดที่ 51,671.03 จุด เพิ่มขึ้น 468.77 จุด หรือ +0.92% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,554.29 จุด เพิ่มขึ้น 122.83 จุด หรือ +1.65% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,683.94 จุด เพิ่มขึ้น 795.10 จุด หรือ +3.07% โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและการคาดการณ์ต้นทุนพลังงานที่ลดลง
รายงานระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศว่าสหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม โดยทั้งสองฝ่ายเตรียมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) อย่างเป็นทางการที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันศุกร์ที่ 19 มิ.ย.นี้
นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังระบุว่า ได้สั่งการให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียม พร้อมทั้งสั่งยกเลิกมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือต่าง ๆ ของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง และสร้างแรงหนุนเชิงบวกต่อตลาดการเงินทั่วโลก
บรรยากาศการลงทุนยังคงจับตาความคืบหน้าของข้อตกลงดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลต่อทิศทางราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ และนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในระยะถัดไป








