ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2569 (ตามเวลาสหรัฐฯ) โดยได้รับแรงหนุนจากบรรยากาศการลงทุนที่กลับมาสดใส หลังราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ประกอบกับกระแสตอบรับเชิงบวกต่อการเข้าซื้อขายวันแรกของหุ้น SpaceX ซึ่งสร้างความคึกคักให้กับตลาดทุนสหรัฐฯ อย่างมาก
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJIA) ปิดที่ 51,202.26 จุด เพิ่มขึ้น 354 จุด หรือ 0.70% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น 0.50% ปิดที่ 7,431.46 จุด และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.31% ปิดที่ 25,888.84 จุด ส่งผลให้ดัชนีหลักทั้ง 3 ตัวของสหรัฐฯ ปิดสัปดาห์ในแดนบวกทั้งหมด
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนตลาดคือความคาดหวังเกี่ยวกับความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งอาจช่วยลดความตึงเครียดในตะวันออกกลางและเพิ่มอุปทานน้ำมันโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบร่วงลงมากกว่า 3% ขณะที่นักลงทุนยังตอบรับเชิงบวกต่อการเข้าตลาดหุ้นของ SpaceX ซึ่งราคาหุ้นพุ่งขึ้นกว่า 19% ในวันแรกของการซื้อขาย
แนวโน้มก่อนเปิดตลาดวันจันทร์ 15 มิถุนายน 2569
สำหรับทิศทางตลาดหุ้นนิวยอร์กในวันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2569 นักลงทุนยังคงจับตา 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่
1. ความคืบหน้าการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน
หากมีสัญญาณเชิงบวกเพิ่มเติม อาจช่วยหนุนสินทรัพย์เสี่ยงและลดแรงกดดันจากราคาพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและการบริโภค
2. แรงซื้อจากหุ้นเทคโนโลยีและ AI
กระแสการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยียังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะหลังการเปิดตัว SpaceX และความคาดหวังเกี่ยวกับการเติบโตของอุตสาหกรรม AI ซึ่งอาจช่วยพยุงดัชนี Nasdaq และ S&P 500 ต่อไป
3. การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในสัปดาห์นี้
นักลงทุนทั่วโลกกำลังรอผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของ Fed ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ โดยตลาดส่วนใหญ่คาดว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามเดิม แต่จะจับตาสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยในช่วงครึ่งปีหลังอย่างใกล้ชิด
มุมมองตลาด
ในเชิงเทคนิค ดาวโจนส์กลับมายืนเหนือระดับ 51,000 จุดได้อีกครั้ง และปิดใกล้ระดับสูงสุดของสัปดาห์ สะท้อนแรงซื้อที่ยังแข็งแกร่ง หากดัชนีสามารถทะลุแนวต้านบริเวณ 51,300-51,500 จุดได้ มีโอกาสเห็นการทำสถิติสูงสุดใหม่ในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องระวังความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และผลการประชุม Fed ที่อาจส่งผลต่อทิศทางตลาดทั่วโลกในสัปดาห์นี้
โดยภาพรวม ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก่อนเปิดการซื้อขายวันจันทร์ยังคงมีน้ำหนักเชิงบวก จากแรงหนุนของหุ้นเทคโนโลยี ความหวังด้านภูมิรัฐศาสตร์ และกระแสเงินทุนที่ไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง แต่การเคลื่อนไหวระยะสั้นยังขึ้นอยู่กับผลการประชุม Fed และข่าวสารจากตะวันออกกลางเป็นสำคัญ.








