ราคาน้ำมันดิบโลกปิดตลาดวันศุกร์ที่ผ่านมา (6 มิ.ย. 69) ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หลังมีสัญญาณเชิงบวกด้านการเจรจาและโอกาสลดระดับความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้แรงซื้อเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอุปทานเริ่มชะลอตัวลง
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปิดที่ 90.54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 2.50 ดอลลาร์ หรือ 2.69% ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปิดที่ 93.09 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 1.94 ดอลลาร์ หรือ 2.04% จากวันก่อนหน้า
ปัจจัยที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ
แม้ตลาดเริ่มคลายกังวล แต่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก หากเกิดเหตุการณ์ที่กระทบต่อการส่งออกน้ำมันอีกครั้ง อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันกลับมาปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
แนวโน้มอุปสงค์น้ำมันโลก
นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs ระบุว่า ความต้องการใช้น้ำมันโลกในช่วงที่ผ่านมาอ่อนตัวลงมากกว่าที่คาด โดยเฉพาะในจีนและยุโรปตะวันตก ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมันในระยะสั้น
วิเคราะห์ทางเทคนิคก่อนเปิดตลาด 8 มิ.ย. 69
สำหรับน้ำมันดิบ Brent ระดับ 93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ถือเป็นแนวรับสำคัญ หากยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ มีโอกาสรีบาวด์ขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 95-97 ดอลลาร์ ขณะที่แนวต้านสำคัญถัดไปอยู่แถว 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนแนวรับถัดไปอยู่บริเวณ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ด้าน WTI มีแนวรับสำคัญที่ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากหลุดระดับดังกล่าวอาจเห็นแรงขายทางเทคนิคเพิ่มเติม แต่หากยืนได้ มีโอกาสฟื้นตัวกลับขึ้นสู่กรอบ 92-94 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในระยะสั้น
แนวโน้มเปิดตลาดวันจันทร์
คาดว่าราคาน้ำมันดิบเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2569 ในลักษณะ แกว่งตัวในกรอบถึงอ่อนตัวเล็กน้อย จากแรงกดดันด้านอุปสงค์ที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยหนุนสำคัญที่ช่วยจำกัดการปรับลงของราคา ทำให้ตลาดยังคงมีความผันผวนสูงในสัปดาห์นี้








