มิติใหม่เปิดงานบุญ! "สส.เบ๊นซ์" สวมบทไอ้หนุ่มชาวนา ขี่ควายงามเปิดงานบั้งไฟ "คนลาวเทิง" นักท่องเที่ยวแห่ชมแน่น
บรรยากาศการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ “ชนเผ่าคนลาวเทิง” ที่ตำบลหมูม่น อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ เต็มไปด้วยความอบอุ่นของวิถีชีวิต และกลิ่นอายวัฒนธรรมอีสานพื้นบ้าน แสดงอัตลักษณ์หรือความเป็นตัวตน ทั้งวิถีชีวิตภายในชุมชนและในขบวนแห่บั้งไฟ ริมถนน 2 ฝั่งทางประดับประดาด้วยธุงดอกฝ้ายสวยงามแปลกตา ในขณะที่ “บักหล่าเบ๊นซ์” นายณัฐวัชต์ พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ เขต 4 สวมบทไอ้หนุ่มชาวนา ขึ้นขี่หลังควายงามเปิดงาน สร้างความแปลกใหม่ในการเปิดงานบุญบั้งไฟได้อย่างประทับใจเป็นอย่างมาก
วันที่ 7 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ถนนพญาแถน ต.หมู่ม่น อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ นายวิรัตน์ ราชชารี นายอำเภอสมเด็จ พร้อมด้วยนายประมุข ดัสกรณ์ นายก อบต.หมูม่น นายภูษิต ศรีบรรดิษ ปลัด อบต.หมูหม่น และผู้นำชุมชน ร่วมปล่อยริ้วขบวนแห่บั้งไฟ ขบวนผาแดงนางไอ่ ขบวนนางรำ ขบวนวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง ในงานประเพณีบุญบั้งไฟ “ชนเผ่าคนลาวเทิง” จำนวน 13 ขบวน โดยได้เคลื่อนขบวนจากบริเวณหน้าวัดเหนือหมูม่น ไปตามถนนพญาแถนถึงสนามกีฬาประจำตำบล ระยะทางกว่า 1.50 กม. ทั้งนี้ 2 ข้างทางที่ขบวนแห่บั้งไฟและขบวนต่างๆเคลื่อนผ่าน มีการประดับประดาด้วยธุง รูปดอกฝ้ายบานหลากสีสัน สวยงาม สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยว และประชาชนจากทั่วสารทิศที่มาร่วมชมงานอย่างเนืองแน่น
จากนั้น ที่เวทีกลางสนามกีฬาประจำตำบล นายณัฐวัชต์ พิมพะนิตย์ หรือบักหล่าเบ๊นซ์ สส.กาฬสินธุ์ เขต 4 เป็นประธานเปิดงานประเพณีบุญบั้งไฟ “ชนเผ่าคนลาวเทิง” โดยมีส่วนราชการ ผู้บริหารท้องถิ่นพื้นที่ใกล้เคียง ประชาชน นักท่องเที่ยว ร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก หลังจากกล่าวเปิดงาน แทนที่ฝ่ายจัดงานจะเชิญประธานลั่นฆ้องหรือตัดริบบิ้นเปิดงาน กลับเชิญ“บักหล่าเบ๊นซ์” สวมบทไอ้หนุ่มชาวนาขึ้นขี่หลังควายงามเปิดงาน โดยขี่โชว์จากหน้าเวทีเปิดงานมาที่เวทีรับรอง ซึ่งได้สร้างสีสัน ความแปลกใหม่ และถือเป็นมิติใหม่ในการเปิดงานบุญบั้งไฟแห่งแรกแรก ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ที่ประธานเปิดงานโดยขึ้นขี่หลังควายงามดังกล่าว
นายประมุข ดัสกรณ์ นายก อบต.หมูม่น กล่าวว่า พื้นที่ ต.หมูม่น 11 หมู่บ้าน มีความเป็นชาติพันธุ์ของชาวลาวเทิงหรือลาวบนอย่างเหนียวแน่น ซึ่งหมายถึงคนลาวอีสานที่อยู่บนที่สูงหรือในเขตเทือกเขาภูพาน ที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ไร่มัน ปลูกอ้อย เลี้ยง โค-กระบือ เลี้ยงปลา รวมถึงการปลูกพืชผักสวนครัวอยู่กินกันอย่างพอเพียง ซึ่งยังคงอนุรักษ์ความเป็นพื้นบ้านอีสาน ตามเรียกตัวเองว่า “คนลาวเทิง” อย่างมีเอกลักษณ์ ทั้งภาษา อาหาร การแต่งกาย ความเป็นอยู่ ศิลปะการแสดง เป็นต้น หากนักท่องเที่ยวต้องการสัมผัสวิถีชีวิตของคนลาวเทิง ที่ยังคงรักษารูปแบบวัฒนธรรมไว้อย่างเหนียวแน่น สามารถมาชมได้ที่ตำบลหมูม่นแห่งนี้ ที่ในวันนี้ได้แสดงออกถึงอัตลักษณ์ของชนเผ่าคนลาวเทิง ทั้งภายในขบวนแห่และวิถีชีวิตจริงภายในชุมชนของเรา
นายประมุขกล่าวอีกว่าสำหรับการจัดงานบุญบั้งไฟ "ชนเผ่าคนลาวเทิง" ประจำปี 2569 มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน ในการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีบุญบั้งไฟ เพื่อสืบสานประเพณีบุญบั้งไฟของ "ชนเผ่าคนลาวเทิง" ของชาวตำบลหมูม่น ให้พี่น้องประชาชนและชนรุ่นหลังได้เรียนรู้ และสืบทอดอนุรักษ์วัฒนธรรมของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป รวมทั้งเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมและประเพถีท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และเพื่อสร้างความสมัครสมานสามัคคีในชุมชน ของชนเผ่าคนลาวเทิง ที่มีความเป็นอยู่แบบเรียบง่าย ถ้อยทีถ้อยอาศัยและความมีน้ำใจโอบอ้อมอารีให้ยั่งยืนสืบไป
ด้านนายภูษิต ศรีบรรดิษ ปลัด อบต.หมูหม่นกล่าวว่า สำหรับจุดเด่นชนเผ่าลาวเทิง ที่นำมาถ่ายทอดให้นักท่องเที่ยว พี่น้องประชาชนได้สัมผัสกันในงานบุญบั้งไฟครั้งนี้ นอกจากจะมีการตกแต่งบั้งไฟแบบโบราณและด้วยภูมิปัญญาแล้ว ขบวนนางรำยังแต่งกายด้วยผ้าฝ้าย ผ้าพื้นเมือง ที่ได้จากต้นฝ้ายฟื้นเมือง แล้วนำมาแปรรูปด้วยการถักทอ และเป็นงานหัตถกรรมในชุมชน ในส่วนของท่วงท่าฟ้อนรำที่อ่อนช้อย สวยงาม ตามแบบฉบับของชาวอีสาน ก็แสดงวิถีชีวิตการประกอบอาชีพ การทำมาหากิน โดยเฉพาะที่สร้างสีสัน สวยงาม คือการประดิดประดอยเส้นฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน เป็นธุงรูปดอกฝ้ายหลากสีสันเต็ม 2 ฝั่งถนน ให้ผู้มาเที่ยวชมงานรู้สึกแปลกตา เพราะมีที่นี่ที่เดียวใจ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งในอนาคตจะมีการส่งเสริมและเผยแพร่ธุงรูปดอกฝ้ายขางชนเผ่าลาวเทิง ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น
ขณะที่ณัฐวัชต์ พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ เขต 4 กล่าวว่า ประเพณีบุญบั้งไฟ เป็นหนึ่งในฮีตสิบสองของชาวอีสาน นิยมทำกันในเดือน 6 ซึ่งเป็นช่วงการทำนา ตกกล้า หว่าน ไถ เพื่อเป็นการบูชาเทพยดา และขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล ทำให้พืชพืชพันธุ์ธัญญาหาร อุดมสมบูรณ์เป็นประเพณีที่มีการสืบทอดมายาวนาน ซึ่งประเพณีบุญบั้งไฟนี้ นอกจากจะช่วยในด้านขวัญกำลังใจ ของประชาชน ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมแล้ว ยังแฝงไว้ด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นอีกมากมาย ที่ควรอนุรักษ์ไว้ให้ชนรุ่นหลังได้สืบทอดต่อไป ไม่ให้เลือนหายไปจากท้องถิ่น นับว่าเป็นแนวทางอันดีที่ อบต.หมูม่น ได้เล็งเห็นความสำคัญของประเพณีที่มีคุณค่านี้ ตนในฐานะ สส.พื้นที่ พร้อมที่จะร่วมกับท้องถิ่น ส่วนราชการ ให้การสนับสนุนทุกด้าน ทั้งงานวัฒนธรรมประเพณี งานพัฒนาทุกด้าน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของพี่น้องประชาชน
อย่างไรก็ตาม หลังจาก นายณัฐวัชต์ พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ เขต 4 หรือบักหล่าเบ๊นซ์ ได้สวมบทไอ้หนุ่มชาวนาขึ้นขี่หลังควายงาม ขี่โชว์เปิดงานบุญบั้งไฟชนเผ่าลาวเทิงแล้ว ยังได้ร่วมฟ้อนรำและเซิ้งบั้งไฟบูชาพญาแถนกับขวนนางรำ สร้างสีสัน ความคึกคักและสร้างความประทับใจ ให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก
ภูมิภาค47








